เมื่อวันที่ 18 ต.ค. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เรือนจำกลางขอนแก่นได้ย้ายตัว นายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีตส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย จำเลยในคดีจ้างวานฆ่า นายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น เมื่อปี 2556 เข้ามาควบคุมที่เรือนจำบางขวางตามมาตรการความปลอดภัยขั้นสูง โดยเป็นการย้ายในทางลับ เนื่องจากนายนวัธ ถูกศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาประหารชีวิตและให้ขังระหว่างอุทธรณ์ จึงไม่สามารถควบคุมตัวที่เรือนจำเดิมได้อีก ดังนั้นต้องนำตัวมาควบคุมที่เรือนจำบางขวาง อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้รับรายงานว่านายนวัธมีปัญหาทางด้านสุขภาพ หรือมีโรคประจำตัว เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรระหว่างที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำ

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวถึงการโอนตัวนักโทษเด็ดขาดชาวต่างประเทศกลับไปรับโทษต่อยังประเทศที่ตนเองมีสัญชาติด้วยว่า ปัจจุบันประเทศไทยประสบความสำเร็จในการโอนตัวนักโทษเด็ดขาดชาวต่างประเทศกลับไปรับโทษต่อยังประเทศที่ตนเองมีสัญชาติแล้วทั้งสิ้น 1,199 คน ขณะที่ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 มีการโอนตัวมากถึง 106 คน จาก 14 ประเทศ การเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้กลับไปรับโทษต่อยังประเทศบ้านเกิด เพื่ออยู่ในสภาพแวดล้อม ภาษา สังคมและวัฒนธรรมที่คุ้นเคย ตลอดจนได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และกลับคืนสู่สังคมในฐานะพลเมืองที่ดีของประเทศนั้นๆ ได้ ซึ่งสอดคล้องต่อหลักอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา และเป็นการส่งเสริมประสานความร่วมมือระหว่างประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้นอกจากการโอนตัวนักโทษเด็ดขาดชาวต่างประเทศกลับไปรับโทษต่อยังประเทศที่ตนเองมีสัญชาติแล้ว กรมราชทัณฑ์ยังรับโอนนักโทษเด็ดขาดสัญชาติไทยจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 1 คน และญี่ปุ่น 2 คน รวมทั้งสิ้น 3 คน กลับมารับโทษต่อในประเทศไทย โดยถือเป็นครั้งแรกหลังจากที่ประเทศไทยมีสนธิสัญญาฯ กับสาธารณรัฐประชาชนจีน และญี่ปุ่นในการรับตัวคนไทยกลับมาจำคุกต่อในเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อเดือนก.ย.2562 ภายหลังจากมีความพยายามดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์มีเป้าหมายให้มีการโอนตัวนักโทษมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันได้ดำเนินการเจรจาเพื่อให้มีสนธิสัญญาโอนตัวฯ ร่วมกับประเทศมาเลเซียและยูเครน คาดว่าน่าจะบรรลุความตกลงได้ภายในปีงบประมาณพ.ศ.2563