การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ส.ส.วาระแรกขั้นรับหลักการเมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใช้เวลา "ร่ายยาว" เกือบ 2 ชั่วโมง เพื่อชี้แจงรายละเอียดร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ โดยใช้ทั้งวิธี "ขู่" และ "ปลอบ"ไปในคราวเดียวกัน

โดย พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้ในที่ประชุม พิจารณารับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ฉบับนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลยึดถือผลประโยชน์ประเทศไทย และประชาชนเป็นสำคัญ อย่าไปมองในแง่ตัวเลขเม็ดเงินงบประมาณ "รายกระทรวง"อย่างเดียว รวมทั้งยังย้ำว่าการจัดสรรงบประมาณนั้นรัฐบาลไม่ได้เทให้กับกระทรวงกลาโหมมากเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ดี ในฐานะฝ่ายตรวจสอบ อย่าง "ฝ่ายค้าน"เองต้องถือว่าหากจะปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการติดตาม ตรวจสอบก็คงไม่ถูกต้องนักแต่ประเด็นที่น่าสนใจตลอดทั้งวันกลับไม่ได้อยู่ที่วาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ

เพราะอยู่ดีๆ กลับกลายเป็นว่า"พรรคอนาคตใหม่" พลันเกิดรายการฮือฮา กระตุกขวัญกันเองเสียอย่างนั้น เมื่อในการประชุมสภาฯพิจารณาผ่านร่างพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 มีมติเสียงข้างมาก 366 ต่อ 70 คะแนนให้ผ่านร่าง พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวโดยที่งานนี้ "ปิยบุตร แสงกนกุล" ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ลุกขึ้นอภิปรายร่ายยาวว่า ไม่ให้ความเห็นชอบ

แต่ปรากฏว่า "4 ส.ส." ของพรรคอนาคตใหม่ กลับโหวต "สวนทาง" กับปิยบุตร อย่างสิ้นเชิง โดยพบว่า มีส.ส.พรรคอนาคตใหม่ "เห็นด้วย" กับพระราชกำหนด 3 คน ได้แก่ กวินนาถตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี, จารึก ศรีอ่อนส.ส.จันทบุรี, พันตำรวจโทฐนภัทรกิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี ขณะที่ ศรีนวลบุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ งดออกเสียงแน่นอนว่าเมื่อมี 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ โหวตออกมาในลักษณะ"สวนทาง" กับ ปิยบุตร เลขาธิการพรรค เช่นนี้คือการสะท้อนให้เห็นว่าลึกๆ แล้ว ว่าเหตุใด "แกนนำ" ของพรรคพลังประชารัฐ แทบทุกคนจึงแสดงความมั่นใจว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 63 "ผ่านฉลุย" อย่างแน่นอน !

ปัญหาเสียงปริ่มน้ำของฝ่ายรัฐบาล นั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นไปตามที่ "ทีมข่าวคิดลึก" เคยชี้เบาะแสเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า "มือทำงาน" ในรัฐบาลและในพรรคพลังประชารัฐ หลายต่อหลายคน ต่างเตรียมรับมือ หาทางแก้สถานการณ์เอาไว้ ตั้งแต่ก่อนวันเปิดสมัยประชุมวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯเอาไว้แล้ว

และ "งูเห่า" ที่จะออกเพ่นพ่านนั้น ก็ไม่ใช่เฉพาะที่อยู่ใน "พรรคเพื่อไทย" เท่านั้น หากแต่การเปิดดีลประสานการพูดคุยระหว่าง "ส.ส.นกแล" ของพรรคฝ่ายค้าน กันอยู่ตลอดยิ่งสำหรับพรรคเพื่อไทยที่มีปัญหาเรื่องท่อน้ำเลี้ยงไหลไม่สะดวก ด้วยแล้วยิ่งกลายเป็น "ช่องโหว่" ทำให้ฝ่ายรัฐบาล ฉวยจังหวะเพาะฟาร์มงูเห่าอย่างที่เห็น

แต่สำหรับพรรคอนาคตใหม่นั้นปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งนี้อาจเป็นเพียงแค่ "การเริ่มต้น" เพราะหากเมื่อใดที่พรรคถูกยุบจริงตามกระแสที่สะพัดมาก่อนหน้านี้ ส.ส.เขตของพรรคอนาคตใหม่หลายสิบชีวิต จะต้องเตรียมตัวย้ายไปสังกัด "บ้านใหม่" กันอีกยกใหญ่ ว่ากันว่ามีหลายบ้าน หลายพรรคที่กำลังรอต้อนรับกันอย่างคึกคักเสียด้วย !

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน