คลังชิมช้อปใช้เฟส2 เข้าครม.22 ต.ค.นี้-ลงทะเบียน 23 ต.ค.ทันทีหลังผลตอบรับดี เตรียมเพิ่มสิทธิ์คืนเงินแคชแบ็คจาก 15% เป็น20% มั่นใจกระจายเม็ดเงินไปยังเศรษฐกิจฐานรากกระตุ้นใช้จ่ายคึกคัก

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการชิมช้อปใช้เฟส 2 จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันที่ 22 ต.ค. 2562 และจะเริ่มให้มีการลงทะเบียนในวันที่ 23 ต.ค. 2562 ทันที เนื่องจากมาตรการมีกระแสการตอบรับที่ดี

โดยขณะนี้ สศค. อยู่ระหว่างการสรุปในรายละเอียดกับนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เพื่อสรุปจำนวนคนที่ลงทะเบียนเพิ่ม เบื้องต้นจะได้สิทธิ์ใช้เงิน g-Wallet ในกระเป๋าเงินช่องที่ 2 เท่านั้น แต่จะมีการสิทธิ์จูงใจเพิ่มเติมจากคืนเงินให้ 15% ของการใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท หรือได้เงินคืน 4,500 บาท เป็นได้คืนเงิน 20% โดยหากฝ่ายนโยบายเห็นชอบจะให้สิทธิ์ดังกล่าวกับผู้ที่ได้สิทธิ์ในเฟส 1 ด้วย

สำหรับมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 1 ได้มีการส่ง SMS ยืนยันให้กับผู้ได้รับสิทธิ์ครบ 10 ล้านรายแล้ว โดยมีผู้เข้ายืนยันตัวตนในแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้ว 9,606,300 ราย ยืนยันตัวตนสำเร็จ 9,260,223 ราย ผ่านทั้งช่องทางแอปพลิเคชันและที่สาขา

ทั้งนี้ในการใช้จ่าย 19 วันแรก มีผู้ใช้สิทธิ์ 8,519,390 ราย มียอดการใช้จ่ายรวม 8,282 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดเล็กตามวัตถุประสงค์ของมาตรการฯ 82% หรือ 6,793 ล้านบาท และการใช้จ่ายในร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีหลายสาขามีสัดส่วนลดลงอย่างต่อเนื่องจากช่วงเริ่มต้นมาอยู่ที่ 18% หรือ 1,489 ล้านบาท โดยมีการใช้จ่ายกระจายครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ ไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะในเมืองใหญ่ ซึ่งการใช้จ่ายในกรุงเทพฯ คิดเป็นเพียง 13%

นอกจากนี้เป็นการใช้จ่าย g-Wallet กระเป๋าเงินช่องที่1 ประมาณ 8,169 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายที่ร้าน ช้อป ซึ่งเป็นร้านในกลุ่ม OTOP ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ และบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว 4,576 ล้านบาท ส่วนร้านชิม หรือร้านอาหารและเครื่องดื่มมียอดใช้จ่าย 1,152 ล้านบาท และร้านใช้ เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ มียอดใช้จ่าย 96 ล้านบาท และร้านค้าทั่วไปมียอดใช้จ่าย 2,345 ล้านบาท ส่วนการใช้จ่าย g-Wallet ผ่านกระเป๋าเงินช่องที่2 มีการใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ใช้สิทธิ์แล้ว 36,854 ราย ยอดใช้จ่ายรวม 113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากวันก่อนหน้า หรือเฉลี่ยรายละ 3,066 บาท เป็นการใช้จ่ายที่ร้านช้อป 70 ล้านบาท ร้านชิม 28 ล้านบาท และร้านใช้ มียอดใช้จ่าย 15 ล้านบาท

สำหรับประชาชนสามารถเติมเงิน เพื่อใช้จ่ายผ่าน g-Wallet ช่อง 2 ได้ทั้งร้านชิมช้อปใช้และร้านค้าทั่วไปในทุกจังหวัด ยกเว้นเพียงจังหวัดตามทะเบียนบ้านของตัวเอง ซึ่งการใช้จ่ายในร้านชิมช้อปใช้จะได้รับเงินคืน 15% ของยอดใช้จ่ายจริง แต่รวมแล้วไม่เกิน 4,500 บาท จากยอดใช้จ่ายสูงสุด 30,000 บาท โดยจะได้รับเงินคืนเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง ภายในเดือน ธ.ค.นี้

“ยืนยันว่าเป้าหมายของมาตรการชิมช้อปใช้นั้น เป็นการพยุงเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นไม่ให้ชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลก ผ่านการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว โดยให้แรงจูงใจดึงผู้มีกำลังซื้อออกมาเดินทาง กระจายเม็ดเงินไปยังเศรษฐกิจฐานรากและเกิดความคึกคักในการจับจ่าย ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณในการสร้างแรงจูงใจจะคุ้มค่าเพราะก่อให้เกิด Multiplier Effect ในการบริโภคเอกชนซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเศรษฐกิจไทย”

ทั้งนี้มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีการช่วยเหลือในภาคส่วนอื่นเช่น เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมทั้งภาครัฐยังคงมีการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำอย่างต่อเนื่อง