เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่16 ต.ค. 2562 ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล สหภาพรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์  ได้เดินทางมายื่นหนังสือและแถลงการณ์เพื่อขอให้รัฐบาลใช้ความรอบครอบในการพิจารณาการลงนามสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์  กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับมอบแถลงการณ์

ทั้งนี้ นายสาวิทย์ กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน "ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา" ระยะทาง 220 กิโลเมตร มูลค่า 2.24 แสนล้านบาท เป็นโครงการสืบเนื่องจากรัฐบาล คสช.จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน เป็นโครงการร่มลงทุนระหว่างรัฐบาลกับเอกชน หรือ PPP และผู้ที่ชนะการประมูลโครงการ คือ กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทจริญโกภัณฑ์โฮดิ้ง จำกัดและพันธมิต (กลุ่ม CPH)

อย่างไรก็ตามกำหนดของโครงการดังกล่าว จะต้องมีการลงนามในสัญญาตั้งแต่เดือน ก.พ.2562 แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีการลงนามในสัญญา โดยการลงนามในสัญญามีการเลื่อนมาหลายครั้งและมีการกำหนดเงื่อนไขหลายข้อ ล่าสุดมีการกำหนดว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะต้องส่งมอบพื้นที่ได้ 82% ของพื้นที่ทั้งหมดภายในระยะเวลา 15 เดือน หรื อภายใน1ปี 3 เดือน

ขณะที่เมื่อดูจากข้อตกลงที่กำหนดว่า รฟท.จะต้องส่งมอบพื้นที่ทั้งหมด 100% ในโครงการภายใน 5 ปี ถือว่ายากและเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากในเส้นทางที่ต้องส่งมอบมีทั้งประชาชนที่อยู่อาศัยโดยถูกต้องและไม่ถูกต้องอีกเป็นจำนวนมาก และยังมีสัญญาทางธุรกิจระกว่างรฟท.กับเอกชนประมาณ 300 สัญญา รวมทั้งการรื้อย้ายสาธารณูปโภคไฟฟ้า ประปา ท่อก๊าซ ท่อส่งน้ำมัน ฯลฯ ทำให้ต้องมีการรื้อย้ายสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง และจะกำหนดจุดที่เวนคืนที่ดินเพิ่มอีก ซึ่งไม่แน่ว่าหน่วยงานราชการต่างๆได้เตรียมงบประมาณไว้พร้อมหรือไม่ และหากไม่สามารถทำได้ก็อาจมีการเรียกร้องค่าเสียหายจาก รฟท.ภายหลังซึ่งจะเป็นมูลค่าอีกเท่าไหร่ก็ยังไม่สามารถประเมินได้

“หากจะลงนามในสัญญาระหว่างรัฐกับบริษัทที่ชนะการประมูลคือกลุ่มโดยมีเงื่อนไขตามเอกสารแนบทัยสัญญาที่จะให้การรถไฟส่งมอบฟื้นที่82%ในระะวลา 15  เดือน ซึ่งมีความป็นไปได้ค่อนช้างสูงว่าการรถไฟฯจะทำไม่ได้ และจะเป็นเหตุให้เอกชนองร้องเรียค่าเสียหายได้ จึงอยากให้นายกฯ และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงงื่อนไขแนบท้ายสัญญาดังกล่าว รวมทั้งงื่อนไขอื่นๆ ซึ่งสังคม ประชาชนยังไม่รับรู้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนออันเป็นเจตจำนงเพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน จะได้รับการพิจารณาจากท่านและคณะและขอให้พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด" นายสาวิทย์ กล่าว

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน