มือบริหารระดับ “ผู้มากบารมี” ในรัฐบาล อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ ลงมาเล่นเอง น่าที่จะทำให้ “กองเชียร์”ของฟากฝั่งรัฐบาลได้รู้สึกสบายใจ หายใจโล่งอกกันได้บ้าง

ว่าที่สุดแล้ว “ศึกซักฟอก” ชำแหละร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2563 จะต้อง “ผ่านฉลุย” ตามที่ บิ๊กป้อม ส่งสัญญาณเอาไว้ล่าสุด อย่างแน่นอน !

การเคลื่อนไหวตลอดหลายวันที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีตัวแทนจาก “10พรรคเล็ก”เดินเข้าออกที่ทำเนียบรัฐบาลทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าพบพล.อ.ประวิตร หารือถึงเรื่องการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ฯ แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือการที่ระบุถึง “สาระ” ในการพูดคุยกันระหว่าง ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กับตัวแทน 10 พรรคเล็ก คือการให้โควต้าเข้าไปนั่งในคณะกรรมาธิการงบประมาณฯ

ล่าสุดเมื่อวันประชุมครม. ที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา “นพ.ระวี มาศฉมาดล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะตัวแทน10พรรคเล็ก เปิดเผยกับสื่อเมื่อได้เดินทางเข้าพบพล.อ.ประวิตร ที่ทำเนียบฯพร้อมทั้งระบุว่า เรื่องการโหวตร่างงบฯให้กับรัฐบาลนั้นไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน

“ ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่หากไม่โหวตให้รัฐบาล ก็จะมีปัญหา เพราะจะถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดถึงไม่โหวตให้ ส่วนกระแสข่าวที่ว่าพรรคฝ่ายค้านจะโหวตให้นั้น ทราบหรือไม่ว่าเป็นกลุ่มใดนั้น ไม่ทราบว่าจะเป็นกลุ่มไหน เพราะหากโหวตให้ก็จะถูกเรียกว่ากลุ่มงูเห่า” นพ.ระวี ระบุ

หมายความว่า การควบคุมและกำกับ “10 พรรคเล็ก” เพื่อให้โหวตหนุนร่างกฎหมายการเงินฉบับแรกของรัฐบาลย่อมไม่ใช่ปัญหา เช่นเดียวกับการที่ “มือทำงาน” ภายในพรรคพลังประชารัฐเอง ที่วันนี้พบว่า ไม่เพียงแต่จะมี “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ เท่านั้นที่จะทำหน้าที่ “มือประสาน” กับทั้งพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง

แต่ภารกิจการทำฟาร์มงูเห่า ประสานกับ “ส.ส.” ปีกพรรคฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ไปจนถึงพรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่มีแกนนำในพรรคพลังประชารัฐต่าง “อาสา” ดำเนินการ ออกหน้าแข่งกัน “สร้างผลงาน” ด้วยกันทั้งสิ้น

เวลานี้ ว่ากันว่าจำนวนงูเห่าที่ถูกดีล เอาไว้โดย “มือทำงาน” จากพรรคพลังประชารัฐ จะทะลุไปถึง 20 รายที่พร้อมจะ “ยกมือโหวต” ให้กับร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ฯ แก่รัฐบาล โดยที่ไม่จำเป็นต้อง “ย้ายค่าย”กันให้ยุ่งยาก หรือหากส.ส.ในปีกพรรคฝ่ายค้าน “ไม่สะดวก” ที่จะยกมือ “สวนมติ” ของพรรคฝ่ายค้าน ก็จะใช้วิธี “ไม่เข้าประชุมสภาฯ” เสียงขาดหายไปโดยปริยาย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น

การประชุมสภาฯที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 17-19 ต.ค.นี้ทางหนึ่งคือ “โอกาส” สำหรับพรรคฝ่ายค้านที่จะต้อง “แสดง”ในสิ่งที่พวกเขาต้องเล่นในบทบาท “ฝ่ายตรวจสอบ” รัฐบาลในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ แต่ขณะเดียวกันในอีกทางหนึ่ง ฝ่ายค้านเองก็คาดหวังว่า นี่จะเป็นอีกหนึ่งเกมที่จะ “ลดทอนเครดิต” ของรัฐบาลให้ได้มากที่สุด เพราะก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเปิดเกมไหน ขึ้นมาเพื่อหวัง “ถล่ม” ก็ล้วนแล้วแต่พังไม่เป็นท่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างที่เห็น !