การออกมาให้สัมภาษณ์ของ “สุชาติ ชมกลิ่น” ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานส.ส.ของพรรค ต่อการเตรียมการรับมือกับปัญหา “เสียงปริ่มน้ำ”ที่ฝ่ายรัฐบาลกำลังเผชิญหน้า ครั้งล่าสุดนั้นต้องนับว่าน่าสนใจไม่น้อย

เพราะงานนี้ สุชาติ ไม่เพียงแต่จะส่งสัญญาณ “ขันน็อต” ไปยัง ส.ส.ในสังกัด “พรรคร่วมรัฐบาล”ที่มีทั้งหมด “253เสียง” ไม่ให้ “แตกแถว” เท่านั้น แต่งานนี้ ประธานส.ส.พลังประชารัฐยังใช้โอกาส “ข่มขวัญ” ฝ่ายตรงข้าม อย่าง “พรรคฝ่ายค้าน” ให้เตรียมตัวเตรียมใจว่า ถึงอย่างไร ร่างกฎหมายการเงินฉบับแรกของ รัฐบาล คือ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 จะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อย่างแน่นอน

โดยเฉพาะมั่นใจว่า “พรรคเล็ก” ที่ประกาศตัวเป็น “ฝ่ายค้านอิสระ” ที่เคยตั้งท่า ตั้งแง่กับรัฐบาล แต่ที่สุดแล้วฝ่ายค้านอิสระ จะหันมาหนุน ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 63 อย่างแน่นอน

“ ในส่วนของส.ส.พรรคเล็กหรือฝ่ายค้านอิสระนั้นก็เชื่อว่าต่างมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าอะไรที่ดีเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศก็จะสนับสนุนอะไรไม่ดีก็ไม่สนับสนุนไม่ได้มีพฤติกรรมตั้งท่าค้านไปทุกเรื่อง” (14ต.ค.2562)

หมายความว่า พรรคเล็กในฐานะ “ฝ่ายค้านอิสระ” ที่ “7พรรคร่วมฝ่ายค้าน” คาดหวังที่จะได้เห็น การแปรพักต์ ยกมือโหวตสวนมติพรรคร่วมรัฐบาลในวาระการประชุมครั้งสำคัญรอบนี้นั้นเห็นทีจะเกิดขึ้นได้ยาก

และนี่จะสอดคล้องกับการที่ก่อนหน้าที่มีสื่อเห็น “พิเชษฐ สถิรชวาล”หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ที่ไปปรากฎตัวที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งระบุว่าไปพบกับ “เสี่ยติ่ง” สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์” อดีตหัวหน้าพรรคพลเมืองไทย ซึ่งได้รับแต่งตั้งจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา จนถูกนำมาเชื่อมโยงว่านี่คือหนึ่งในแผนการเตรียมรับมือกับปัญหา “เสียงปริ่มน้ำ” ด้วยหรือไม่ ?

อย่างไรก็ดี ในการแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำของพรรคพลังประชารัฐ นอกจากจะใช้หลายมาตรการดำเนินการควบคู่กันไป นอกจากการขันน็อต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ไปจนถึงการจัดแถวพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองแล้ว ยังต้องไม่ลืมว่า “แผนการเล่นหลัก” ของพลังประชารัฐ ที่ยืนพื้นมาโดยตลอด คือการ “เพาะงูเห่า” เอาไว้ที่พรรคฝ่ายค้าน ต่างหาก

มีรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า จากปัญหา “ภายใน” ของพรรคเองที่ขาดเอกภาพ ไร้ “ผู้นำตัวจริง” แม้วันนี้จะมี “หัวหน้า-เลขาฯพรรค” ก็ตาม แต่ปัญหาที่เกาะกินและส่งผลให้พรรคเพื่อไทยอยู่กันในลักษณะ ต่างคนต่างอยู่นั้นส่วนหนึ่งมาจาก “ท่อน้ำเลี้ยง” ที่ตีบตัน หัวจ่ายจาก “ต่างประเทศ”ไม่ทำงาน จนทำให้เกิดช่องโหว่ เกิดรอยรั่วที่ พรรคพลังประชารัฐ มองเห็น !!

วันนี้ภายในพรรคเพื่อไทยกำลังเจอกับ “ศึกรอบด้าน” เนื่องจาก ในเชิงการเมือง ก็ยังกลายเป็นว่า “พรรคอนาคตใหม่” พรรคหน้าใหม่ กลับเป็นฝ่าย “ถือธงนำ” กำหนดเกมการเล่นให้พรรคเพื่อไทยต้องเดินตาม

ขณะที่ภายใพรรคเพื่อไทย แกนนำหลักเองก็ดูแล “เฉพาะกลุ่มก๊วน” ของตัวเอง ส่งผลให้ “ส.ส.กลุ่มนกแล”ต้องหันไปพึ่งพา “คนนอก” อย่างพรรคพลังประชารัฐ ที่พร้อมจะหยิบยื่น “ปัจจัย” เข้ามาสนับสนุน

ดังนั้นปัญหา “งูเห่า” ที่ พรรครัฐบาล “เปิดดีล” เอาไว้ที่พรรคเพื่อไทย จึงไม่ใช่เรื่องที่ กุขึ้นมาหรือแค่หวัง “เขย่าขวัญ” กันแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้ แกนนำในพรรคเพื่อไทยกำลัง “สแกน” จำนวนงูเห่าที่คิดแปรพักต์ เตรียมยกมือโหวตหนุนร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 63ให้กับฝ่ายรัฐบาล นั้นตัวเลข ขยับไปถึงไหน จากหลักสิบ เลยไปกว่า 20เสียง แล้วจะหาทาง “สกัด” กันอย่างไร

ปัญหาหนักอก หนักใจข้อนี้ ยังไม่มี “แกนนำ” ในพรรคเพื่อไทย คนไหน ลงมาแก้ไขสถานการณ์อย่างเบ็ดเสร็จ ส่วนหนึ่งเพราะไม่ต้องการเป็นฝ่าย “แบกรับ” เรื่องท่อน้ำเลี้ยง ส่วนอีกประการหนึ่ง เพราะรู้ดีว่า ในพรรคเพื่อไทย ไม่มี “แกนนำตัวจริง” ที่มีบารมีมากพอที่จะเบรคเกมดังกล่าวนี้ได้ !