เมื่อเวลา​ 16.00​ น.​ วันที่​ 12​ ต.ค.​ ร.ต.อ.​ปรัชญา​ สร้อยทอง​ รอง​ สว.(สอบสวน)​ สน.หนองแขม​ รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทอง​ ภายในร้านทอง​ทวีชัย9​ ถนนบางบอน​ 3 แขวงหนองแขม​ เขตหนองแขม​ กรุงเทพ​ฯ​ จึงเดินทางไปตรวจสอบ​ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน​ เข้าตรวจสอบ

จากการสอบปากคำ​ น.ส.อัมพร​ เถียมสันเทียะ​ อายุ​ 47 ปี ให้การ​ว่า​ เมื่อช่วงบ่าย​ เวลา​ 15.00​ น.​ ขณะนั้นมีพนักงานอยู่ในร้าน​ 4 คน​ เป็นผู้หญิงที่เฝ้าหน้าเคาเตอร์​ 3 คน​ และช่างทำทองซึ่งอยู่หลังร้าน​ 1 คน กระทั่งมีคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ​ 170 เซ็นติเมตร​ สวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มใบ​ ใส่เสื้อคลุมกันฝนสีส้มสะท้อนแสง​ สวมถุงมือสีดำ​ เดินเข้ามาภายในร้าน​ ซึ่งทางพนักงานได้บอกให้ถอดหมวกกันน็อกออก​ แต่คนร้ายไม่ยอม​ โดยเอาไขควงขัดประตูกระจกไว้ไม่ให้ปิดสนิท​ ก่อนจะเดินมาที่เคานเตอร์ขายทองที่มีรั้วเหล็กกั้นไว้​ จากนั้นจึงเอื้อมมือขวาลอดรั้วเข้าไปเปิดบานพับเพื่อหยิบทอง​ ส่วนมือซ้ายถือประแจเลื่อนขู่พนักงานผู้หญิงไว้​ ก่อนพนักงานจะวิ่งเข้าไปหลังร้านด้วยความกลัว ซึ่งคนร้ายได้คว้าเอาแหวนทองคำออกมา​ 1 ถาด​ และวางไว้บนโต๊ะกระจก​ และหยิบออกไปจำนวนหนึ่ง​รวมมูลค่าประมาณ​ 5 บาท​ ก่อนจะเดินเท้ามุ่งหน้าไปถนนเอกชัย​ เพื่อขึ้นรถ​ จยย.(ไม่ทราบรุ่น​ สี​ ทะเบียน)​ ที่จอดไว้หลบหนีไป

ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุ​ เมื่อวลา​ 11.00​ น.​ ที่​ ถนนเอกชัย​ ใกล้โรงเรียนศึกษานารี​ มีคนร้ายแต่กายในลักษณะเดียวกัน​ ก่อเหตุชิงทอง​ แต่ไม่ได้ทรัพย์สินไป​ ด้าน​ พ.ต.อ.สรศักดิ์​ ทองมี​ ผกก.สน.บางบอน​ เผยว่า​ สำหรับในพื้นที่สน.บางบอน​ คาดว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นคนเดียวกัน​ เนื่องจากการแต่งตัวมีลักษณะตรงกัน​ โดยคนร้ายได้เดินเข้าไปในห้างทองโชคดี​ ก่อนจะบอกกับพนักงานขายว่า​​​ เอาทองมาให้ผม ขณะนั้นพนักงานคิดว่าเป็นคนสติไม่ดี​ จึงได้เดินเข้าไปแจ้งเหตุกับเจ้าของร้าน​ คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงหลบหนีไป​ ซึ่งทางตำรวจหลังจากได้รับแจ้งก็เฝ้าระวัง​ และคอยตรวจตรา​ ความเรียบร้อยเพื่อป้องกันเหตุ​ แต่คนร้ายกลับก่อเหตุในพื้นที่​ สน.หนองแขมแทน

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงกับร้านทองทวีชัย9​ และสอบปากคำพยานแวดล้อมพบว่าคนร้าย​ เดินวนอยู่หน้าร้านทองประมาณ​ 2 รอบเพื่อดูลาดเลา​ ก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน​ ใช้เวลาลงมือ​ 2 นาที​ จากนั้นจึงวิ่งออกมาจากร้านอย่างรวดเร็ว​ เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิด​ เพื่อหาเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายเพื่อจับตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป