เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 12 ต.ค.62 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะได้เดินทางลงพื้นที่ มาจังหวัดกระบี่ ตรวจเยี่ยมโครงการนำร่องบริหารจัดการเดินตามแนวปรัซญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ บ้านบางเจริญ ม.5 ต.นาเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ซึ่งเป็นโรงการ นำร่องซึ่งได้ขออนุญาตใช้พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ 215 ไร่ ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ จนชาวบ้านสามรถมีรายได้พึ่งพาตนเองได้ จากการ ประกอบอาชีพปลุกปาล์มน้ำมันและยางภารา ซึ่งปัจจุบันราคาไม่แน่นอน แต่ว่า ปัจจุบันชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พร้อมคณะได้ลงพื้นที่ดูความก้าวหน้าแปลงปลูกพืชผักของเกษตรกรที่ร่วมโครงการ นำร่องฯ และได้กล่าวว่า หลังจากที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เกษตรกรสามรถปรับเปลี่ยนจากเกษตรกรแบบปลูกพืชเชิงเดี๋ยว คือปาล์มน้ำมัน และยางพารา มาเป็นเกษตรแบบผสมผสาร ได้แก่ การผลิตพืชอาหาร ประเภทพืชผัก ที่สามรถปลูกได้2-3 ครั้ง ต่อปี มีรายได้ เพิ่มขึ้นเป็นหลักแสนบาท จึงต้องการที่จะส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรให้มีความมั่นคงมากขึ้น ซึ่งทางรัฐบาลจะดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์สปก.4-01 ให้แก่เกษตร โดยวิธีการลดขั้นตอนทางราชการให้รวดเร็วมายิ่งขึ้น และจะเร่งส่งเรื่องให้เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไปดำเนินการเลย

ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวด้วยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ ตนจะเดินทางไปที่โรงเรียนพนมเบญจา อ.เขาพนม เพื่อมอบ สปก.4-01 ให้ เกษตรกรในจังหวัดกระบี่ จำนวน 335 ราย และจะมี พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ ร่วมด้วย

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวด้วยว่าตนจะเดินหน้าทวงคืนพื้นที่ของรัฐทุกแปลง ที่ถูกนายฮุบไว้ โดยทราบว่าในพื้นที่ จ.กระบี่ มีทั้งพื้นที่ที่หมดอายุสัมปทาน และพื้นที่ สปก.รวมกันเกือบ 1 แสนไร่ เฉพาะพื้นที่ หมดสัญญาสัมปทาน ที่นายทุนสัมปทานปลูกปาล์มน้ำมัน ก็ประมาณ 7 หมื่นไร่ ซึ่งยังไม่รวมถึงพื้นที่สวนปาล์ม ที่นายบุกรุกเข้าทำประโยชน์ ในพื้นที่ สปก.อีก นับหมื่นไร่ ปัจจุบันนายทุนยังคงครอบครองทำประโยชน์อยู่ ถึงแม้ว่า สปก.จะเพิกถอนสิทธิ์ไปแล้วบางแปลงก็ตาม แต่ว่านายทุนและผู้มีิอิทธิพลก็ยัง เข้าไปยึดพื้นที่ส่วนนั้นอยู่ ทั้งที่อำเภอปลายพระยา อำเภออ่าว และที่อำเภอเมืองกระบี่ด้วย

ปีนะ/กระบี่