วันที่ 12 ต.ค.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุ "ยิงสนั่นผับ โจ๋พิมายเจ้าถิ่นตาย 1 แก๊งเมืองคงโต้ปิดฉาก รับปมหยามแย่งจีบสาว" ในเขตพื้นที่ สภ.พิมาย จว.นครราชสีมา ว่าเมื่อ
วันที่ 10 ก.ย.62 เวลาประมาณ 23.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมายได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและได้ยินเสียงปืน ที่หน้าร้าน วิคตอรี่ ต.ในเมือง อ.พิมาย จว.นครราชสีมา จึงเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบผู้บากเจ็บสาหัส 3 ราย และบาดเจ็บ 4 ราย รวมเป็น 7 ราย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันตรวจสถานที่เกิดเหตุ ซักถามพยานที่เหตุการณ์ทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 ได้มีปากเสียงกันตั้งก่อนเกิดเหตุ จนกระทั่งร้านปิด กลุ่มวัยรุ่นได้ออกมานอกร้าน และก่อเหตุชุลมุน ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีอาวุธจึงเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวฝากเตือนไปยังกลุ่มวัยรุ่น ที่มีความคึกคะนองขอให้ใช้สติอย่าใช้อารมณ์ในการแก้ไขปัญหาเพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วหรือมีการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเสียประวัติเสียอนาคต ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บูรณาการกำลังทุกฝ่าย เพื่อสืบสวน ติดตาม ไล่ล่า กดดัน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ กระทั้งวันที่ (11 ก.ย.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายสุเทพ ถนัดไถ อายุ 35 ปี และนายเอกลักษณ์ อยู่สบาย อายุ 26 ป ตามหมายจับศาล จ.พิมาย ในข้อหา ”ร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นหรือเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์,พาอาวุธไปในเมืองฯ” และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม หากพบว่ามีผู้ใดมีส่วนรู้เห็น ช่วยเหลือ หรือร่วมกระทำความผิดกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กล่าวชมเชยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สภ.พิมาย ,กก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุ และยังได้กำชับพนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานในการกระทำความผิดอย่างตรงไปตรงมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงการกระทำความผิดของผู้ต้องหาเป็นสำคัญ และกำชับให้ทุกหน่วย ทุกพื้นที่ให้มีมาตรการในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในลักษณะนี้ มีมาตรการออกตรวจตรา กวดขันและจับกุม โดยเมื่อเกิดเหตุให้เร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน