สมาคมภาคเกษตร ชี้ หากรัฐจะมีมติยกเลิก 3 สารเคมีเกษตร ควรพิจารณาผลกระทบต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจภาคการเกษตรไทย ควบคู่กับสุขภาพของผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ภาคเอกชนโดย 3 สมาคมภาคเกษตร ได้แก่ สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักขาพืช และสมาคมฯ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย ได้แสดงจุดยืนต่อการยกเลิก 3 สารเคมี ได้แก่ คลอร์ไพริฟอส พาราควอตและ ไกลโฟเซต ส่งข้อคิดเห็นร่วม 3 สมาคมต่อคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค จี้ภาครัฐฯ ขอให้คำนึงถึงความจำเป็น ความอยู่รอดของเกษตรกร ผลกระทบที่จะมีต่ออุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และอาหารสัตว์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมและผลกระทบที่จะเกิดโดยตรงกับการส่งออกพืชเศรษฐกิจ รวมถึงความมั่นคงทางอาหารของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

นางวรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮาส์ ในฐานะผู้แทนของ 3 สมาคม กล่าวว่า เกษตรกรคือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการตัดสินใจในเรื่องนี้ หากไม่มีการปรึกษาขอความเห็นจากเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก สมาคมฯ เห็นว่าการตัดสินใจในครั้งนี้หากออกมาจากการไม่พิจารณารอบด้านแล้ว ความเสียหายมหาศาลจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจการเกษตร ตั้งแต่เรื่องผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน การผลิตที่เพียงพอต่อการบริโภคและต่ออุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังจะเป็นช่องทางให้ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรปลอมและสินค้าผิดกฎหมายทะลักเข้ามาเช่นกัน เพราะเกษตรกรยังมีความจำเป็นต้องใช้ จึงขอให้คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาผลกระทบดังกล่าวอย่างรอบคอบที่สุด

โดยสาระสำคัญของข้อคิดเห็นที่ทางสมาคมฯยื่นต่อที่ประชุมมีดังต่อไปนี้ 1.สมาคมฯ มีจุดยืนในการจำกัดการใช้หรือยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าว หากผ่านพิสูจน์และทดสอบตามหลักวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง และมีกระบวนการพิจารณาทางกฎหมายที่โปร่งใส 2.ผู้นำเข้ายินดีจะปฏิบัติตามผลการพิจารณาของภาครัฐ โดยมีข้อกำหนดว่าสารที่จะนำมาใช้ทดแทนนั้นต้องไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกร และให้ประสิทธิภาพที่ใกล้เคียงกัน 3.สมาคมฯ สนับสนุนการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค มีการพิจารณาผลกระทบของสารเคมีดังกล่าวโดยยึดหลักธรรมาภิบาลและมาตรฐานองค์กรสากล การยับยั้งการใช้สารเคมีดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายต่อภาคการผลิตและส่งออกพืชผลทางการเกษตรโดยไม่จำเป็น

“ทั้งนี้ สมาคมฯ ต้องการชี้แจงถึงข้อคิดเห็นและจุดยืนของภาคอุตสาหกรรมและผู้นำเข้าว่า เรายึดหลักธรรมาภิบาล และความถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย ความเป็นจริงของสถานการณ์ทางภาคเกษตรกรรม ความจำเป็นของเกษตรกรที่มีความจำเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร มิได้มีประโยชน์ทางการค้าแต่อย่างใด ทุกสมาคมดำเนินงานตามหลักการขององค์กรที่ไม่แสวงกำไร ดังนั้นวัตถุประสงค์ของทั้ง 3 สมาคมจะมีระเบียบกฎเกณฑ์กำกับอยู่ชัดเจนแล้ว พวกเราทุกสมาคมทำงานเพื่อประโยชน์ของภาคเกษตรกรรม และเกษตรกรในประเทศเป็นสำคัญ”นางวรณิกา กล่าว

ผลจากการตัดสินใจที่ได้กำหนดเป้าหมายไว้แล้วล่วงหน้านั้น เป็นความไม่ยุติธรรมต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง การตัดสินใจเกี่ยวกับสารแต่ละชนิด ควรใช้การพิจารณาตามหลักสากล ว่าด้วยเหตุผลและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มากกว่าการคาดเดา หรือจากผลที่กำหนดไว้ล่วงหน้า สมาคมฯ ยินดีรับฟังเหตุผล หลักฐานและข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน