"เชาว์" เดือดซัดกลับ "จิรายุ"ใครทำบ้านเมืองวุ่นวายดันทุรังออกกฏหมายสุดซอยล้างผิดให้นักโทษหนีคดี เตือนอย่าริใช้ตำแหน่งปธ.กมธ.ก้าวก่ายอำนาจตุลาการ

วันที่ 10 ต.ค.นายเชาว์ มีขวด ทนายอาสา อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊ก Chao Meekhuad ตอบโต้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.พรรคเพื่อไทยกล่าวพาดพิงมีเนื้อหาว่า กรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุนสภาผู้แทนราษฏร ได้กล่าวตอบโต้กรณีที่ผมได้แสดงความเห็นผ่านเฟสบุ๊คหัวข้อ “อย่าเอากรณีผู้พิพากษาพยายามยิงตัวตายมาใช้ตีกินทางการเมือง”เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้

นายเชาว์กล่าวว่าที่จริงผมไม่อยากที่จะตอบโต้อีก แต่ก็มีบางประเด็นที่อยากชี้แจงให้นายจิรายุทราบอีกครั้งเผื่อจะได้เข้าใจอะไรดีขึ้น ผมขอเรียนว่าที่ผมแสดงความห่วงต่อประเด็นดังกล่าวก็เพราะพบข้อเท็จจริงบางอย่างที่ผิดปกติสอดรับกับความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะนายปิยะบุตร แสงกนกกุล และนายจิรายุซึ่งล้วนเป็นกลุ่มบุคคลที่เคลื่อนไหวคัดค้านกระบวนการยุติธรรมว่ามีสองมาตราฐานมาโดยตลอดทำให้มองได้ว่ามีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ประกอบกับขณะนี้ก.ต.ซึ่งเป็นหน่วยงานควบคุมกำกับดูแลการทำหน้าที่ของผู้พิพากษากำลังอยู่ระหว่างให้คณะอนุกรรมการวิสามัญสอบสวนหาข้อเท็จจริงและรายงานให้ ก.ต.ทราบใน 15 วัน จึงน่าจะให้เวลาฝ่ายตุลาการซึ่งเป็น 1 ในอำนาจ 3 ฝ่ายมีความเป็นอิสระปลอดจากการแทรกแซงตามรัฐธรรมนูญได้ทำงานให้เสร็จสิ้นก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายจิรายุเลยเถยไปถึงการจะเสนอแก้พรบ.พระธรรมนูญศาลยุติธรรมซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานคดีของศาลยิ่งเละเทอะกันไปใหญ่เพราะที่ผ่านมาสภาไม่เคยก้าวก่ายกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าทีของศาล อย่างที่บอกแล้วว่าในเมื่อระบบการตรวจสำนวนมันดีอยู่แล้วมิได้ล้าหลังและมิใช่การแทรกแซงความเป็นอิสระของผู้พิพากษาจึงไม่จำเป็นจะต้องแก้ไขอะไรอีก จึงได้ถ่ายทอดความคิดเห็นให้นายจิรายุและสังคมทราบด้วยความบริสุทธิ์ใจโดยปราศจากอคติ ที่ผ่านมาบทความหรือความคิดเห็นของผมแต่ละเรื่องแม้ผมจะสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลสิ่งไหนที่รัฐบาลทำไม่ถูกต้องผมก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาจนผู้คนเขาคิดว่าผมอยู่ซีกฝ่ายค้านเสียอีก ผมจึงไม่กังวลหรือกลัวว่ากระแสสังคมจะตีกลับหรือประณามอย่างที่นายจิรายุเตือนด้วยความห่วงใย

นายเชาว์กล่าวต่อไปว่าส่วนที่นายจิรายุได้กล่าวกระแนะกระแหนผมทำนองว่าผมควรไปลงสมัครส.ส.ให้ได้เสียก่อนและค่อยเข้ามาเป็นกรรมาธิการจะได้รู้หน้าที่ว่าควรจะทำเพื่อประชาชนและแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้อย่างไร ซึ่งถ้อยคำทำนองนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วช่วงที่มีการเลือกตั้งตอนไปออกรายการร่วมกันนิวส์ทีวี จึงอยากจะบอกนายจิรายุว่าถึงแม้ผมไม่ได้เป็นสส.แต่ก็ได้ศึกษาติดตามการทำงานของสภามาโดยตลอดเข้าใจอำนาจหน้าที่กระบวนการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดต่างๆเป็นอย่างดี ที่สำคัญคนเราอยู่ตรงไหนก็ทำความดีให้กับชาติบ้านเมืองได้ คนเป็นสส.ก็ใช่ว่าจะเป็นคนทำหน้าที่เพื่อประชาชนและประเทศชาติเสมอไปที่ผ่านมาบ้านเมืองวุ่นวายเพราะใครถ้าไม่ใช่ส.ส.ที่ดันทุรังจะออกกฏหมายสุดซอยล้างผิดให้กับนักโทษหนีคดีบางคน

“จึงขอเตือนนายจิรายุอีกครั้งว่าอย่าริใช้ตำแหน่งประธานกรรมาธิการก้าวก่ายอำนาจตุลาการซึ่งยังมีเพียงอำนาจเดียวที่ยังเป็นที่พึ่งของบ้านเมืองได้ ขืนดันทุรังใช้อำนาจมั่วซั่วเพื่อเอาใจใครบางคนจะเข้าตัวเดี่ยวจะหาว่าไม่เตือน”นายเชาว์กล่าวทิ้งท้าย