หอการค้าไทยเผยสงครามการค้า ราคาพืชเกษตรตก ฉุดดัชนีเชื่อมั่นเดือน ก.ย.ลดต่อเนื่อง 7 เดือน แตะ 72.2 ต่ำสุดรอบ 39 เดือน ชี้เม็ดเงินกระตุ้นลงช้าไม่เห็นผล คาดจีดีพีปีนี้เหลือโตร้อยละ 2.6-2.8 ซบเซายาวถึงปีหน้า

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคดือนก.ย.62 ว่า ดัชนีมีการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 มาอยู่ที่ระดับ 72.2 ซึ่งเป็นดัชนีที่ต่ำสุดในรอบ 39 เดือน เป็นผลมาจากผู้บริโภคมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีผลมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ทำให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยชะลอตัว

โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 59.3 โอกาสในการหางานทำลดลงมาอยู่ที่ระดับ 68.5 และรายได้ในอนาคตลดลงอยู่ที่ระดับ 88.9 ความเชื่อด้านต่างๆที่ลดลงดังกล่าวส่งให้ความเชื่อมั่นไม่ดี ประกอบกับสถานการณ์ราคาพืชผลทางการเกษตรในประเทศยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะยางพาราและปาล์มน้ำมัน ทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดลดลง

ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์ฯได้ประเมินผลจากเม็ดเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมาขณะนี้ เห็นว่ายังคงล่าช้าและไม่มีผลกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเท่าที่ควร ทั้งเม็ดเงินจากการโอนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการชิมช้อปใช้และการประกันรายได้ ที่เม็ดเงินยังไม่เข้าสู่ระบบเท่าที่ควร ประกอบกับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่มีความเป็นไปได้ว่าการเจรจาจะไม่ประสบความสำเร็จ สหรัฐฯอาจมีการปรับขึ้นภาษีกับประเทศจีนเดือนต.ค.-ธ.ค.นี้

นอกจากนี้การประกาศออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรแบบไม่มีเงื่อนไข และธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)อาจมีการใช้มาตรการทางการเงินที่เข้มข้นมากขึ้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและมีผลโดยตรงกับการส่งออกของประเทศไทยอาจขยายตัวติดลบร้อยละ 2-3 และจีดีพีของประเทศอาจขยายตัวต่ำกว่าร้อยละ 3 เหลือเพียงร้อยละ 2.6-2.8 และหากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่เห็นผลไตรมาส 4 ทางศูนย์พยากรณ์ฯกังวลว่าเศรษฐกิจจะซบเซาลากยาวไปจนถึงปีหน้า