เมื่อภาวะ “เสียงปริ่มน้ำ” กำลังกลายเป็น “ปัญหาใหญ่” สำหรับรัฐบาล ทั้งบีบคั้น กดดันให้ “ผู้มากบารมี”ในรัฐบาล อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ “ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ” ต้องออกแอคชั่น หาทางรับมือและแก้ไขสถานการณ์ ก่อนถึงวันโหวตผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2563 ให้ลุล่วง โดยเร็วที่สุด !

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา จะพบว่าทั้ง “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร ต่างออกมาส่งสัญญาณในทิศทางที่ไม่แตกต่างกันถึง “ความน่าจะเป็น” หากที่สุดแล้วในการพิจารณาประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 63 ในกรอบวงเงิน 3.2ล้านล้านบาทเกิดไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาฯขึ้นมาจริงๆ

ทางเลือกของรัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะมีเพียง 2ทางเท่านั้น คือ “รัฐบาลลาออก”หรือ “ยุบสภาฯ” แล้วไปเลือกตั้งกันใหม่

โดยพล.อ.ประวิตร บอกว่า ก็เป็นไปตามที่รองนายกฯวิษณุ ระบุ แต่น่าสนใจว่า ในตอนท้าย พล.อ.ประวิตร ได้ท้าเดิมพันกับสื่อ ว่า “มาเดิมพันกันเอาไหม ว่า พ.ร.บ.งบประมาณจะผ่านหรือไม่”

เหตุที่พล.อ.ประวิตร ผู้มากบารมีในรัฐบาลกล้าเดิมพันกับสื่อนั้นเป็นเพราะลึกๆแล้ว เวลานี้พรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่ตัวบิ๊กป้อมเองไปจนถึง ระดับ “แม่ทัพนายกอง” ในพรรคต่างพากันเคลื่อนไหว ต่อสาย ประสานพูดคุยกับ “พรรคพวก เพื่อนพ้อง” ที่อยู่ต่างพรรค ไม่ว่าจะเป็น พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ไปจนถึง พรรคฝ่ายค้านขนาดเล็ก เอาไว้หมดแล้ว

ควบคู่ไปกับการที่พล.อ.ประวิตร เองก็ “จัดแถว” บรรดาพรรคเล็ก ให้เตรียมยกมือสนับสนุนร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ไม่เช่นนั้นแล้ว “พิเชษฐ สถิรชวาล” ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย มาพบกับ “เสี่ยติ่ง”สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ที่ปรึกษารองนายกฯ ของพล.อ.ประวิตร เองถึงทำเนียบรัฐบาล เมื่อบ่ายวันอังคารที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา

การบริหารจัดการเสียงที่ปริ่มน้ำ นั้นย่อมต้องใช้ทุกกระบวนท่า ทั้งขู่ ทั้งปลอบ ทั้งไม้อ่อน ไปจนถึงไม้แข็ง เพราะในระหว่างที่ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ หรือแม้แต่ตัวพล.อ.ประวิตร เองกำลังพูดคุยหารือกับ “ส.ส.” พรรคฝ่ายค้าน เพื่อให้ยกมือสนับสนุนร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 63 กันอย่างคึกคัก

ปรากฎว่าอีกทางหนึ่ง พล.อ.ประวิตร และรัฐมนตรีในรัฐบาลเองก็ออกมาประสานเสียง ส่งไปยัง “พรรคฝ่ายค้าน” ว่าถ้าร่างกฎหมาย ไม่ผ่านสภาฯ ก็ต้อง “ยุบสภาฯ” นั่นหมายความว่า ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล จะต้อง “ตายยกแผง” กลับไปลงสนามเลือกตั้งกันใหม่ทั้งหมด !!

ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลนั้นเพิ่งผ่านศึกเลือกตั้งกันมาหมาดๆ เมื่อ 24มี.ค.2562 เพิ่งรับเงินเดือนส.ส.กันเพียงไม่กี่เดือน อีกทั้ง ต่างฝ่ายต่างยังมีภารกิจที่จะต้องผลักดัน โดยเฉพาะเมื่อหันไปมองยัง “7พรรคฝ่ายค้าน”เองที่กำลังอาศัยเวทีรัฐสภา ใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อ “รุกไล่” ฝ่ายบริหาร ไปจนถึงตั้งท่าเตรียมก้าวล่วงไปถึง “กระบวนการยุติธรรม” จะกล้าแลกกับการเผชิญหน้ากับความเสี่ยง ด้วยการกลับไปลงสนามเลือกตั้งใหม่หรือไม่

ขณะเดียวกันฝ่ายรัฐบาลเอง ที่เวลานี้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ระดับฐานรากกำลังได้ “แต้มต่อ” อย่างน่าพอใจ อีกทั้งยังปฏิเสธไม่ได้ว่า “คสช.”นั้นมาไกลเกินกว่าจะยอมให้มีการ “ล้มกระดาน” กันที่ด่านแรก ในวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2563 เท่านั้น

งานนี้ จึงน่าสนใจเกมการบริหารเสียงปริ่มน้ำ ของพล.อ.ประวิตร และพรรคพลังประชารัฐนั้นยังมีอีกหลายมุมหลายช็อต ให้เล่นและลุ้นกันอีกหลายรอบ !