สำนักการศึกษาสั่งเพิ่มความเข้มงวดตรวจพฤติกรรมครู ทั้งการใช้ความรุนแรง และการจัดกิจกรรมป้องกันเกิดเหตุฉาวซ้ำ

จากกรณีทวิตเตอร์เผยแพร่ภาพและข้อความกลุ่มนักเรียนถือกล่องรับบริจาคเงินจากประชาชน อ้างว่าต้องการนำเงินไปบริจาคบ้านเด็กอ่อน โดยข้อมูลระบุเป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร ซึ่งครูสอนดนตรีและผู้ควบคุมวงโยธวาทิต สั่งให้ออกเรี่ยไร หากไม่ทำตามจะถูกลงโทษนั้น

นายอาฤทธิ์ ศรีทอง ผอ.เขตจตุจักรกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในเบื้องต้นผอ.โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ ได้ชี้แจงให้คณะผู้บริหาร กทม. ทราบถึงเรื่องดังกล่าว จากการตรวจสอบพบ เป็นการเรี่ยไรของนักเรียน ในกิจกรรมอาสา ชมรมโยธวาทิต ซึ่งจะออกเรี่ยไรในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. - 1 ต.ค.62 เพื่อนำเงินไปซื้อสิ่งของบริจาคให้บ้านเด็กอ่อนพิการทางสมองและปัญญา ปากเกร็ด โดยมีกำหนดส่งมอบของบริจาคในวันที่ 23 ต.ค. 62

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯกทม.สั่งการให้สำนักงานเขตจตุจักร แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวและรายงานผลโดยเร็วที่สุด ซึ่งเขตจตุจักร ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมกำหนดให้รายงานผลภายใน 30 วัน

นายณัฐพงศ์ ดิษยบุตร ผอ.สำนักการศึกษา กทม. กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว สำนักฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบพฤติกรรมครูในโรงเรียนทั้งการใช้ความรุนแรงกับนักเรียนและการจัดกิจกรรมของชมรมต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าว โดย 1.ตรวจสอบพฤติกรรมครูในโรงเรียน ซึ่งในการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการครู มีการประเมินด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ และมาตรฐานวิชาชีพ ปีการศึกษาละ 2 ครั้ง เพื่อให้ครูตระหนักและปฏิบัติอยู่ในระเบียบ 2.ในการประเมินเพื่อเลื่อนหรือมีวิทยฐานะ ต้องนำประเด็นการถูกตรวจสอบด้านวินัยเป็นเกณฑ์สำคัญในการประเมิน

3.การประเมินด้านวินัย คุณธรรมจริยธรรมในทุกกระบวนการประเมิน ควรมีการประเมินสามเส้า คือ ประเมินตนเอง การประเมินโดยเพื่อนร่วมงาน การประเมินโดยผู้บริหาร 4.การจัดกิจกรรมชมรมภายในโรงเรียน ให้ครูผู้รับผิดชอบทำแผนจัดกิจกรรมตลอดปีการศึกษา เสนอผอ.สถานศึกษา เพื่อขออนุมัติและรายงานผลการจัดกิจกรรมทุกภาคเรียน โดยประเมินผลการจัดกิจกรรมจากนักเรียนและผู้ปกครองด้วย

เครดิตภาพ: @Prxbj_