ชี้เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกของไทย ที่แสดงจุดยืนของสธ.เด่นชัด ไม่มีสิ่งไหนที่สำคัญกว่าสุขภาพดีของประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดก.สาธารณสุข ผู้บริหารก.สาธารณสุขทุกกรม ประชุมทางไกลผ่านระบบ VDO Conference กับหน่วยงานในสังกัดก.สาธารณสุขทั่วประเทศ โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจต่อปรากฏการณ์ที่หน่วยงานก.สาธารณสุขทุกแห่ง ได้พร้อมใจกันขึ้นป้ายทั่วประเทศไม่สนับสนุนการใช้สารเคมีอันตรายทางการเกษตร ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นการแสดงจุดยืนของคนก.สาธารณสุข ว่าไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการที่ประชาชนมีสุขภาพที่ดี ปลอดภัยจากวัตถุอันตราย และสารเคมีทุกชนิด เรื่องนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ และสมควรจะหลีกเลี่ยง

“ขอให้พลังของพวกเราชาวกระทรวงสาธารณสุขทุกคน ผ่านไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตรายทั้ง 29 ท่าน ว่าเราไม่เอาสารเคมีทางการเกษตร ซึ่งตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุขที่เหลือ 2 ท่าน คือ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา จะ Vote No สารเคมีอันตรายดังกล่าวอย่างแน่นอน และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ และคิดว่าการแสดงพลัง การขึ้นป้ายไม่สนับสนุนสารเคมีทั่วประเทศในหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นข้อความที่สำคัญให้ประชาชนทุกคนให้มั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก” นายอนุทินกล่าว

ด้าน ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ภารกิจหน้าที่ และพันธกิจหลักของกระทรวงสาธารณสุขที่สำคัญคือ การดูแลสุขภาพของคนไทย ซึ่งได้รับรายงานจากกรมอนามัยว่า การใช้สารเคมี
3 ชนิดได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส เป็นปัญหาและส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน รวมทั้งเด็กในครรภ์มารดา จึงไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีเหล่านี้ ซึ่งการรวมกันแสดงพลังในวันนี้ สิ่งสำคัญคือแสดงถึงภาวะผู้นำของท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจ ก็คือ การดูแลสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ และได้แสดงจุดยืนตัวตนที่ชัดเจน จึงขอร่วมให้กำลังใจและขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแสดงพลังสำคัญที่เราต้องดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน

ส่วน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดก.สาธารณสุข กล่าวว่า ก.สาธารณสุขประกาศจุดยืน ในการดูแลสุขภาพประชาชน อะไรก็ตามที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ทำลายสุขภาพ พวกเราไม่สนับสนุน นอกจากจะเอาองค์ความรู้ทางหลักวิชาการ และพร้อมที่เป็นกำลังสนับสนุนเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยมีสุขภาพที่ดี ตามนโยบายของรองนายกฯและรมว.สาธารณสุข