การออกมาชี้แจงของ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) "พล.ต.ธนาธิปสว่างแสง" ต่อกรณีที่กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจ้งความดำเนินคดีแกนนำพรรคฝ่ายค้าน และนักวิชาการ รวม 12 คนที่จัดเสวนา "พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่" ที่จังหวัดปัตตานี นั้นยืนยันว่าไม่ได้กลั่นแกล้งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่เป็นการทำตามกฎหมาย

อีกทั้งยังปฏิเสธด้วยว่า งานนี้ ไม่มี"ใบสั่ง" จากใคร อย่างแน่นอน เพราะหากไม่ทำ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เองก็จะถือว่าละเว้นการปฏิบัติการงานตามมาตรา157โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อในวงสัมมนาดังกล่าวมีการระบุถึงแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 1มิหนำซ้ำยังไปพูดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อันเป็นพื้นที่เปราะบาง ทั้งในเรื่องของศาสนาและการแบ่งแยกดินแดน

"เป็นการปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย ที่มีฝ่ายกฎหมายเป็นผู้รับผิดชอบ หากนิ่งเฉยหรือเพิกเฉยทางเจ้าหน้าที่เองก็จะเกิดผลกระทบในฐานที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157" พล.อ.ธนาธิป ระบุ

ไม่ว่าพรรคฝ่ายค้าน จะพอใจต่อการชี้แจงของโฆษก กอ.รมน.หรือไม่ก็ตามแต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จากนี้ไป จะมีแต่ความเข้มข้น และนำไปสู่การชี้แจงตอบโต้ตามกันมาอีกหลายยก

โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาล พลิกเกมการเล่นด้วยการส่ง "ฝ่ายความมั่นคง" ถือ"กฎหมาย" มาดำเนินการกับ "7พรรคฝ่ายค้าน" ตลอดจน "นักวิชาการ" ที่พากันเดินสายรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกสภาฯ ภาพที่เกิดขึ้น จึงดูเหมือนว่า พรรคฝ่ายค้านเองกำลัง "รับมือ" กับศึกรอบด้าน

จากการเดินสายเชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมกันสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาก่อนหน้านี้ ก่อนปิดสภาฯ จนมาถึง ณ เวลานี้อีกไม่กี่วันสภาฯจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างงบประมาณ 2563 ซึ่งพรรคฝ่ายค้านเองจะต้อง "รามือ" จากการเดินสายให้ประชาชนออกมาแก้รัฐธรรมนูญแล้วไปเตรียม"ชำแหละ"ร่างงบประมาณของรัฐบาล

โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลัง ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า อย่าง "ชิมช้อป ใช้" จนเกิดเสียงเรียกร้องให้มีเฟสที่ 2

อย่างไรก็ดี หากประเมินในเชิงยุทธศาสตร์ ของพรรคฝ่ายค้านแล้ว บรรดา"กองเชียร์" หลายต่อหลายคนต่างรู้สึก"ผิดหวัง" ไม่ได้ว่าเหตุใด พรรคการเมืองใหญ่ อย่าง "พรรคเพื่อไทย" จึงยอมให้"พรรคอนาคตใหม่" ซึ่งนับเป็นคนรุ่นใหม่แต่ไร้ประสบการณ์และชั้นเชิงทางการเมือง เป็นผู้ถือธงนำ จนสถานการณ์พลิกผัน จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปสู่การต่อสู้ในความผิดตามมาตรา 116

ว่ากันว่าสาเหตุหนึ่งที่ 7 พรรคฝ่ายค้านเลือก เล่นเกมแรงด้วยการระบุถึงมาตรา 1 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้นเป็นเพราะการเคลื่อนไหวตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านต้องเจอกับจังหวะที่ไม่เป็นใจ ทั้งปัญหาน้ำท่วม จนมาถึงวันที่รัฐบาลส่งมาตรการ ชิม ช้อป ใช้ ออกมา "ถล่ม"ฝ่ายตรงข้าม

ดังนั้นหากการเคลื่อนไหวนอกสภาฯ ไม่มี "เกมแรง" อย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว โอกาสที่จะกลายเป็น "มุกแป้ก" ยิ่งเป็นไปได้สูง

จะผิดจังหวะ ผิดกลยุทธ์ ก็อยู่ที่พรรคเพื่อไทย พรรคขนาดใหญ่ มีแกนนำมากประสบการณ์ กลับเลือกที่จะเล่นเกมตามพรรคอนาคตใหม่ทั้งที่รู้ว่าเป็นการเกมสุ่มเสี่ยง แม้ที่สุดแล้วในคดีที่กอ.รมน.ภาค 4ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดีกับ "12 แกนนำ" ทั้งพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการนั้น บุคคลที่เข้าข่ายกระทำผิดตามมาตรา 116 มากกว่าใครเพื่อน อาจเป็น "นักวิชาการ" ที่โดนลอยแพ ก็ตามที

แต่สถานการณ์เช่นนี้ หลายคนในพรรคเพื่อไทย กำลังปวดหัวกันไม่น้อยว่าพรรคอนาคตใหม่ จะพาพรรคเพื่อไทย"หมดอนาคต" ไปด้วย ไม่เรื่องใด ก็เรื่องหนึ่ง !