บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP ตอกย้ำความเป็นผู้นำการลงทุนในต่างประเทศ พานักลงทุนดูงานธุรกิจสตาร์ทอัพในอิสราเอล เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดี

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP กล่าวว่า จากการที่เอเซีย พลัส กรุ๊ปฯ ได้เข้าไปลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพอิสราเอลในหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพอิสราเอลที่เพิ่มสูงขึ้นและให้ผลตอบแทนที่ดี จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ ให้นักลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้

โดยบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในอิสราเอล ที่มีประสบการณ์ในการลงทุนและเป็นที่ปรึกษาให้กับเหล่าสตาร์ทอัพในอิสราเอล และพันธมิตรที่เป็นหนึ่งในผู้นำในการจัดทำหลักสูตรสำหรับผู้บริหารระดับสูง มุ่งเน้นการเปิดโลกทัศน์ด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อต่อยอดและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ โดยพานักลงทุนรายใหญ่ ราว 20 ราย ไปเยี่ยมชมกิจการสตาร์ทอัพในอิสราเอล กว่า 25 แห่ง เมื่อเร็วๆ นี้

“เอเซีย พลัส กรุ๊ปฯ เป็นบริษัทแรกในกลุ่มธุรกิจการเงินที่บุกเบิก Venture Capital และ Private Equity ในธุรกิจสตาร์ทอัพ เรามีพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นนักลงทุน เป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพในอิสราเอล และยังเป็นที่ปรึกษาให้กับโครงการสตาร์ทอัพของไทย ที่จัดโดยหน่วยงานรัฐ ทำให้เราสามารถคัดเลือกธุรกิจสตาร์ทอัพอิสราเอลที่มีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการเติบโต มานำเสนอแผนธุรกิจให้เราและนักลงทุนของเราได้ฟังกัน” ดร.ก้องเกียรติ กล่าว

บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสที่จะต่อยอดธุรกิจ และเปิดประสบการณ์การลงทุนในสตาร์ทอัพอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น Startup Nation เพราะมีวัฒนธรรมที่สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ จนได้รับการจัดอันดับจาก World Competitiveness Ranking ให้เป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตด้านนวัตกรรม เป็นอันดับ 1 ในปี 2562 โดยหลังจากที่บริษัทฯ ได้จัดงานสัมมนาใหญ่ไปเมื่อเร็วๆ นี้ และได้รับความสนใจอย่างมาก จึงจัดทริปพานักลงทุนรายใหญ่ไปดูงานในอิสราเอล เพื่อพบปะและฟังแผนธุรกิจของสตาร์ทอัพ ที่บริษัทฯ ได้คัดสรรมาแล้ว เช่น ธุรกิจนาโนเทคโนโลยีที่ทำจากพืช(Nano Technology), ธุรกิจกัญชาเพื่อการแพทย์ (Cannabis Tech), ธุรกิจระบบชลประทานที่ช่วยประหยัดน้ำขั้นสูง (Agri Tech / Water Tech) เป็นต้น
ดร.ก้องเกียรติ กล่าวว่า สิ่งที่เอเซีย พลัส กรุ๊ปฯ ทำมาตลอดก็คือ การนำเสนอนวัตกรรมการลงทุนทั่วโลก และที่สำคัญต้องมั่นใจว่าทางเลือกการลงทุนนั้นมีโอกาสเติบโตและให้ผลตอบแทนที่ดี การพานักลงทุนไปพบปะกับทีมผู้บริหารของสตาร์ทอัพอิสราเอล โดยผ่านกระบวนการคัดกรองของเราและพันธมิตรในอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจสตาร์ทอัพมายาวนาน จึงทำให้มั่นใจว่าการนำเสนอกลยุทธ์การลงทุน และผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นทางเลือกที่ดีให้กับนักลงทุน

เศรษฐกิจของอิสราเอล ในปี 2561 มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 20 ของโลก มีมูลค่า GDP อยู่ที่ 370 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และอัตราการว่างงานเพียง 4% และมีอัตราการเติบโตของ Real GDP อยู่ที่ 3.3% ขณะที่ GDP per capita อยู่ที่ 37,986 เหรียญสหรัฐฯ จึงกลายเป็นเป้าหมายการลงทุนของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จำนวนมาก อิสราเอลมีมูลค่าการลงทุนในสตาร์ทอัพโดยบริษัทต่างๆจากทั่วโลกในสัดส่วนที่สูงถึง 33% ซึ่งสูงกว่าการลงทุนเฉลี่ยทั่วโลกที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 20%

“เราต้องการเปิดโอกาสให้นักลงทุนของเราได้ร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพดาวรุ่งของอิสราเอล ที่ผ่านการคัดเลือกโดยการทำงานร่วมกันของเอเซีย พลัส กรุ๊ปฯ และพันธมิตรทางธุรกิจ อิสราเอลนอกจากมีมูลค่าการลงทุนในสตาร์ทอัพที่สูงแล้วยังมีมูลค่า Exit ของสตาร์ทอัพที่สูงมาก โดยในปี 2561 อิสราเอลมีมูลค่า Exit ของสตาร์ทอัพต่อประชากรสูงที่สุดในโลก โดยสูงกว่าสหรัฐฯ เกือบเท่าตัว จึงเป็นโอกาสที่จะให้นักลงทุนสามารถสร้างกำไรจากการลงทุนได้” ดร.ก้องเกียรติ กล่าว