จังหวะการเมืองเคลื่อนขยับไปอย่างรวดเร็ว แค่ข้ามวันสถานการณ์ก็พร้อมที่จะพลิกผัน แปรเปลี่ยนจาก “รุก”ไปสู่ “รับ” จากที่ประเมินว่ากำลังถือ “แต้มต่อ”อยู่ในมือ ก็พลันเปลี่ยนไปสู่การเพลี่ยงพล้ำ จวนเจียนจะพ่ายแพ้ เสียอย่างนั้น !

กลายเป็นเหตุครึกโครม ปลุกเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญของ “7พรรคฝ่ายค้าน” ให้กลับมาร้อนระอุจนเกินคาด เมื่อ “พ.ต.บุรินทร์ ทองประไพ” ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอรมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ รวม 12 คน ข้อหากระทำผิดตามมาตรา116 ยุยงปลุกปั่นประชาชน สืบเนื่องจากการจัดเวทีเสวนา “พลวัฒแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” ที่จังหวัดปัตตานี

เพราะอย่าลืมว่าความผิดตามมาตรา 116 ที่พ.ต.บุรินทร์ ไปดำเนินการแจ้งความแก่แกนนำ7พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการที่ไปพูดบนเวทีนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ การให้ความเห็นต่อการเสนอให้มีการแก้ไข “มาตรา1” ของนักวิชาการที่ร่วมในเวทีสัมมนานั้นได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักมาแล้วโดยเฉพาะ ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เสนอแนวคิดให้มีการแก้ไขมาตรา1 ได้

ทั้งนี้สำหรับมาตรา 1 ระบุว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร อันเป็นหนึ่งเดียว จะแบ่งแยกมิได้”

แน่นอนว่าเมื่อ7พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการลงไปเปิดเวทีสัมมนาที่ว่าด้วยปัญหาของ3จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีการพูดถึงแนวคิดการแก้ไขมาตรา 1 ในพื้นที่ที่มีความเปราะบาง ที่สุดแล้วจึงกลายเป็น ประเด็นที่ “เข้าทาง” ให้ “มือกฎหมายคสช.” อย่าง พ.ต.บุรินทร์ ไปแจ้งความดำเนินคดีในมาตรา116 อย่างที่เห็น

อย่างไรก็ดี การปะทะกันด้วยกฎหมายระหว่าง “กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า” ในฐานะเจ้าของพื้นที่ ที่พรรคฝ่ายค้านลงไปเคลื่อนไหวเปิดเวทีรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันเป็นภารกิจสำคัญที่ฝ่ายค้านพยายามเคลื่อนไหว “นอกสภาฯ”นั้น ทางหนึ่งนี่อาจเป็น “เกมยาว” และเป็นเกมที่หวังเตะตัดขา สกัดฝ่ายค้านตามที่แกนนำพรรคฝ่ายค้านกำลังตั้งข้อสังเกต แต่ถึงกระนั้น ในขณะเดียวกันยังต้องไม่ลืมว่า ฝ่ายค้านเองก็เดินเกมที่พลาดไปถนัดใจ

เมื่อการชูธงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของ7 พรรคฝ่ายค้านกำลังถูกฝ่ายรัฐบาลมองว่าอาจมี “วาระซ่อนเร้น” นั่นคือการเคลื่อนไหวเพื่อนำไปสู่การสร้างความวุ่นวาย ดึงเกมในสภาฯลงไปสู่ท้องถนนเช่นนี้แล้ว ยิ่งทำให้ฝ่ายค้านจะกลายเป็นฝ่ายที่ตกเป็น “เป้าโจมตี”ได้ง่ายดายมากขึ้น

การพูดถึงแนวคิดเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 1 ที่ว่าสำคัญแล้ว วันนี้ฝ่ายค้านกำลังต้องหันมาตอบคำถามว่า คิดจะแก้ไขในมาตรา 2 ด้วยหรือไม่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการเกมแก้รัฐธรรมนูญที่กำลังเดินหน้าไปพร้อมกับ “ความสุ่มเสี่ยง”ที่ พรรคอนาคตใหม่กำลังพาอีก 6พรรคพันธมิตรร่วมรบ ให้มีอันต้องเดือดร้อนถ้วนหน้า มากขึ้นทุกขณะ !?