บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในสัปดาห์นี้ (วันที่ 7 – 11 ต.ค. 2562) ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาการปิดการซื้อขายแต่ละวันตลาดฯยืนในแดนลบ เช่นเดียวกับตลาดฯในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในแดนลบเช่นเดียวกัน แม้ว่าในวันสุดท้ายของสัปดาห์ตลาดฯยุโรปปิดในแดนบวก แต่ก็ไม่ส่งอะไรมากกับตลาดฯไทย ทั้งนี้เป็นผลมาจากที่เศรษฐกิจโลกยังคงมีปัญหา โดยเฉพาะสถานการณ์การตอบโต้ของสหภาพยุโรป (EU) หลังจากที่สหรัฐฯจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากยุโรปตามคำตัดสินขององค์การการค้าโลก (WTO) และยังต้องติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในสัปดาห์หน้าด้วย แม้ว่าขณะนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่กว่าจะประชุมก็อีกนาน อย่างไรก็ดี คืนนี้ให้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯด้วย

ขณะที่เรื่องที่ต้องติดตามในประเทศ "ชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ" ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า มีการเก็งกำไรในหุ้นรายตัว ในหุ้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ"ชิมช้อปใช้" อย่างต่อเนื่อง หากออกมาดีตลาดฯก็จะไปต่อ แต่ถ้าไม่ดีตลาดฯก็จะตั้งหลักใหม่ พร้อมให้แนวรับ1,055-1,060 จุด และแนวต้านที่ 1,075-1,080 จุด

ส่วนราคาทองคำน่าจะแกว่งผันผวนในทางฟื้นตัวอยู่ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การเจรจาการค้าฯ และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงกองทุน SPDR มีการกลับเข้ามาซื้ออีกครั้งหนึ่ง พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,490-1,500 เหรียญสหรัฐฯ/ออนซ์ แนวต้าน 1,520-1,530 เหรียญสหรัฐฯ/ออนซ์