เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีเหตุมีรถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำบริเวณทางขึ้นเขาฝั่งขาเข้าจังหวัดอุดรธานีตรงข้ามโชว์รูมรถ มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บติดอยู่ในรถ 1 ราย จากนั้น พ.ต.ต.วิวิธชัย ไชยแพทย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยคุณธรรม และแพทย์เวรโรงพยาบาลหนองบัวลำภู ได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ toyota สีขาวแคปโดนชนที่บริเวณกลางสี่แยกหน้าโรงแรมณัฐพงษ์ ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร พบรถ toyota ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฎฎ 2388 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับทั้งคันคนขับทราบชื่อภายหลังว่าคือนายสำเนียง สุวรักษ์ อายุ 51 ปี เป็นราษฎรบ้านหมากหญ้า ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

โดยพลเมืองดีได้ช่วยกันยกรถที่คว่ำทับร่างออกแต่ไม่ทันทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต และบริเวณหน้ารถมีผู้ที่โดยสารมาด้วยติดอยู่หน้ารถคือนายอุไร อันทะเกตุ อายุ 51 ปี พลเมืองดีได้ช่วยกันงัดนำร่างออกมา ในที่เกิดเหตุมีชิ้นส่วนของรถยนต์กระจัดกระจายไปเต็มบริเวณและพบขวดเบียร์ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยนายอุไร อันทะเกตุ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองทำงานรับเหมาอยู่กับนายสำเนียงฯ ผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุได้เดินทางมาจากอำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี เพื่อจะมาหาเพื่อนผู้รับเหมาด้วยกันที่จังหวัดหนองบัวลำภู จากนั้นจึงได้นั่งดื่มสุราสังสรรค์กับเพื่อนจนเมาได้ที่ จึงพากันจะเดินทางกลับบ้านพักที่อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี แต่นายสำเนียงฯ มีอาการเมาและขับรถเร็วจนมาเกิดเหตุดังกล่าว

ทางด้านนายสมศักดิ์ ลำจวนอายุ 49 ปี พลเมืองดีคนเห็นเหตุการณ์คนแรกซึ่งทำงานอยู่ที่บริษัทรถฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ ได้เล่าว่าพอเกิดเหตุตนและเพื่อนๆได้วิ่งข้ามถนนมาช่วยยกรถยนต์ที่ทับร่างผู้ตายออกแต่ไม่ทัน ขณะเกิดเหตุรถคันดังกล่าวได้ขับขี่มาด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าผ่านสี่แยกเพื่อจะขึ้นเขาไปทางอุดรธานี พอมาถึงสี่แยกไฟแดงก็ไม่ยอมจอดติดไฟแดง ขับฝ่าไฟแดงมาชนรถกระบะโตโยต้า แคปสีขาวที่จอดติดไฟแดงอยู่อีกฝั่งหนึ่งได้รับความเสียหาย 1 คัน และได้เสียหลักวิ่งข้ามเลนพุ่งมาทางด้านขวา ชนป้ายของสำนักงานเทศบาลเมืองหนองบัวลำภูได้รับความเสียหาย และพลิกคว่ำหลายตลบส่วนผู้ตายไม่คาดเข็มขัดนิรภัยน่าจะกระเด็นออกมานอกรถโดนรถทับจนเสียชีวิต ทางด้านพ.ต.ต.วิวิธชัย ไชยแพทย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู ได้กล่าวว่าขณะนี้ได้แจ้งทางญาติของผู้ตายให้ทราบแล้วกำลังเดินทางมารับศพ และจะเดินทางไปสอบปากคำผู้ที่บาดเจ็บอีกครั้ง เพื่อจะได้สรุปสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ให้แน่ชัดต่อไป