ใกล้เข้ามาทุกขณะ สำหรับ ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีขึ้นในปีหน้า หรือ ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) จนในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง บรรดา “แคนดิเดต” ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหลาย ต้องห้อยคำว่า ทูเธาแซนด์แอนด์ทเวนตี (Two thoundsand and twenty)” คือเลข “2020” เป็นสร้อยท้ายของคำในป้ายหาเสียง

อาทิเช่น “ทรัมป์2020 (Trump 2020)” ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน และ “ไบเดน2020 (Biden 2020)” ของนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นต้น

ท่ามกลางบรรยากาศรณรงค์หาเสียงที่ต้องบอกว่า เป็นไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน จากการที่ฝ่ายต่างๆ ซึ่งในสหรัฐฯ ก็เป็นการสัประยุทธ์กันระหว่างสองพรรคการเมืองใหญ่ คือ พรรครีพับลิกัน และพรรคเดโมแครต ประชันเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบระหว่างกันในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศการถล่มโจมตีกันที่ว่า ก็จะลากยาวไปจนถึงวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนปีหน้า อันเป็นวันที่ประชาชนพลเมืองอเมริกัน ไปกาบัตรเลือกตั้งว่าจะเลือกใครเป็นประธานาธิบดี ผู้นำประเทศคนต่อไปของพวกเขา

ล่าสุด ก็ถึงขั้นหยิบยกนำเอากระบวนการ “การฟ้องร้องโดยสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาล” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “อิมพีชเมนต์ (Impeachment)” จากทางฟากพรรคเดโมแครต ออกมาเล่นงาน “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ” ของทางฝั่งพรรครีพับลิกัน โดยมีหมุดหมายเพื่อถอดถอนนายทรัมป์ ให้กระเด็นตกจากเก้าอี้ประธานาธิบดี พ้นจากทำเนียบขาวไปอย่างน่าอดสู

ที่มาที่ไปของการอิมพีชเมนต์ข้างต้น ก็เป็นการตอบโต้ของพลพรรคเดโมแครต จากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เซย์ฮัลโหล โทรศัพท์ไปกดดันต่อประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีย์ ผู้นำยูเครน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ว่าขอให้ช่วยเร่งสอบสวนกรณีทุจริตคอร์รัปชันต่อนายฮันเตอร์ ไบเดน บุตรชายของอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ถูกระบุว่า อดีตรองผู้นำสหรัฐฯ รายนี้ สมัยเรืองอำนาจได้ใช้กำลังภายในช่วยเหลือบุตรชาย ในระหว่างที่นายฮันเตอร์ เป็นหนึ่งคณะกรรมการ หรือบอร์ด บริหารของ “บูริสมา” บริษัทด้านพลังงานก๊าซปิโตรเลียมในยูเครน ตั้งแต่ปี 2557 ถึงต้นปี 2562 นี้ โดยมีรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ใช้มาตรการความช่วยเหลือทางการทหาร เป็นเครื่องมือกดดันต่อยูเครน ในการให้เร่งสอบสวนคดีทุจริตฯ ดังกล่าว ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ ยังระบุด้วยว่า ตระกูลไบเดนคู่นี้ โกงทั้งพ่อทั้งลูก

ส่งผลให้ทางพรรคเดโมแครต ซึ่งนำโดยนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตอบโต้ด้วยกระบวนการอิมพีชเมนต์ต่อนายทรัมป์ โทษฐานที่ประธานาธิบดีรายนี้ ใช้การทูตทำลายอดีตรองผู้นำสหรัฐฯ คู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญของเขา ซึ่งปรากฏว่า ทางคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 6 ชุด ตั้งป้อมเตรียมสอบสวนต่อเขา

ก็ต้องติดตามสถานการณ์อิมพีชเมนต์ดังกล่าว และการสัประยุทธ์ระหว่างทั้งสองพรรคนี้อย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นไปอย่างไรนับจากนี้

ขณะที่ ผลการสำรวจความคิดเห็น หรือการทำโพลล์ของประชาชนชาวสหรัฐฯ ล่าสุด ปรากฏว่า คะแนนนิยมของนายไบเดน แคนดิเดตชิงตัวแทนของพรรคเดโมแครต มาแรงแซงโค้งยิ่งกว่าใครๆ มาอยู่ที่ร้อยละ 20 เพิ่มขึ้นจากสำรวจก่อนหน้าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 1 จุด ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์ ได้เพียงร้อยละ 15 ตามหลังนายไบเดนถึง 5 จุด รวมถึงแคนดิเดตของเดโมแครตรายอื่นๆ อย่างนางเอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่ได้ร้อยละ 18 และวุฒิสมาชิกเบอร์นี แซนเดอร์ส ร้อยละ 16 แต่เมื่อพูดถึงเรื่องอิมพีชเมนต์ ปรากฏว่า ชาวสหรัฐฯ ต้องการให้ถอดถอนต่อประธานาธิบดีทรัมป์ลดลงจากร้อยละ 41 เมื่อต้นเดือนกันยายน เหลือร้อยละ 37 ในการสำรวจล่าสุด