หากกล่าวถึงการกู้ภัยพิบัติ โดยเฉพาะภัยพิบัติอันเกิดจากเงื้อมมือของธรรมชาติ ดังที่เรียกว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติแล้ว นอกจากการกู้ภัย กู้ชีพ ผู้คน และสัตว์ ตลอดจนสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในบริเวณสถานที่เกิดเหตุ หลังประสบเหตุใหม่ๆ แล้ว การเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจแก่ผู้เผชิญเหตุ รวมถึงการฟื้นฟูสิ่งปลูกสร้าง ในอาณาบริเวณที่ผจญกับภัยพิบัติ ก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน

ทั้งนี้ เพื่อให้ทั้งคน และสัตว์ ตลอดจนสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ในพื้นที่ภัยพิบัติ สามารถกลับมาใช้ชีวิตของตนได้ อีกคำรบ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ดังเดิมเฉกเช่นแต่เก่าก่อน ก่อนที่พวกเขาจะประสบหายนะภัยที่ว่านั้นก็ตาม

ดังกรณีของเหตุมหาวาตภัย “โดเรียน” พายุเฮอร์ริเคนที่พัดกระหน่ำ “หมู่เกาะบาฮามาส” เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตามสถิติตัวเลข ก็ระบุว่า ความแรงลมของพายุนั้น รุนแรงหนักสุดในประวัติศาสตร์ เท่าที่มีการบันทึกการเกิดพายุเฮอร์ริเคนจากมหาสมุทรแอตแลนติกกันเลยทีเดียว คือ 360 กิโลเมตร หรือ 225 ไมล์ ต่อชั่วโมง ส่งผลให้หลายพื้นที่ของหมู่เกาะบาฮามาส ต้องพินาศภินท์พังราบเป็นหน้ากลอง

ถึงขนาดที่นายมาร์ก กรีน หัวหน้าหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐฯ หรือยูเสด (USAID) เอ่ยปากด้วยอาการตื่นตะลึงทันทีที่เดินทางถึงและเห็นหมู่เกาะแห่งนี้ เพื่อสำรวจความเสียหาย ก่อนจะให้ทางการสหรัฐฯ พิจารณาส่งความช่วยเหลือมาให้ว่า ไม่ผิดอะไรกับการถูกโจมตีด้วยระเบิดนิวเคลียร์เลยทีเดียว

นั่น!...เป็นความหายนะด้านทรัพย์สิน

ส่วนความสูญเสียด้านชีวิต ตามตัวเลขล่าสุด ก็ระบุว่า มีจำนวนอย่างน้อย 50 ราย ที่ถูกพายุโดเรียนปลิดชีพไป ทว่า ตัวเลขคงมิได้หยุดเพียงนั้น เพราะยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนกว่า 1,300 ราย

นอกจากนี้ พิษของเฮอร์ริเคน ก็ยังส่งผลให้ประชาชนชาวหมู่เกาะบาฮามาส ต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพราะบ้านพังอีกจำนวนกว่า 15,000 ราย

ด้วยสถานการณ์ที่ยังมีผู้ได้รับผลกระทบจากพิษภัยของเฮอร์ริเคน จำนวนนับหมื่นคนเยี่ยงนี้ จึงมีบรรดาสำนักช่วยสาธารณกุศลทั้งหลาย ทั้งในและนอกหมู่เกาะบาฮามาส ส่งทีมงานด้านต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากมหาวาตภัยครั้งนี้

นอกจากหน่วยงานองค์การสาธารณกุศลแล้ว แม้กระทั่งบรรดาบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่ดำเนินกิจการในหมู่เกาะแห่งนั้น ก็ยังจัดตั้งเป็นหน่วยงานอาสาสมัครเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาสภาพชีวิตจิตใจ และฟื้นฟูบรรดาสิ่งปลูกสร้างทั้งหลาย ที่ภินท์พังไปให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

อาทิ “พาราไดซ์ครุยซ์ไลน์” ธุรกิจเดินเรือท่องเที่ยวระหว่างสหรัฐอเมริกากับหมู่เกาะบาฮามาส ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองเดียร์ฟิลด์บีช รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ ก็ได้จัดตั้งหน่วยอาสาสมัคร เข้าไปช่วยเหลือผู้บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบมหาวาตภัยในหมู่เกาะบาฮามาสขึ้น

โดยอาสาสมัครเหล่านี้ อย่างเช่นของ “พาราไดซ์ครุยซ์ไลน์” ก็เข้าไปช่วยเหลือด้านอาหาร และสิ่งของจำเป็นที่ใช้สำหรับชีวิตประจำวันต่างๆ รวมทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ด้วย

ใช่แต่เท่านั้น ยังมีเอกชนรายอื่นๆ เข้าไปมีส่วนร่วมในปฏิบัติการซับน้ำตาแก่ชาวบาฮามาส ทั้งในแบบไปกันเป็นส่วนบุคคบ และรวมตัวกันจับมือเป็นกลุ่มเข้าไป

อย่างกรณีของราย “ริกกี คาห์เลย์” ผู้เพิ่งเป็น “เจ้าสาว” แบบป้ายแดง คือ เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์แต่งงานกันหมาดๆ กับชายในดวงใจ ก็ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ เจ้าสาว เดินทางจากเมืองแมคอน รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรับฯ เข้าไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในหมู่เกาะบาฮามาส แบบว่า ทำให้การเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ประสบภัยข้างต้น เป็นงานปาร์ตีสละโสดกันเลยทีเดียว

โดยการเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูแก่ผู้ประสบภัยดังกล่าว หลังภัยพิบัติผ่านพ้นไปแล้ว ก็ได้รับเสียงชื่นชมว่า มีความสำคัญไม่แพ้การกู้ชีพ กู้ภัย ในช่วงเวลาที่กำลังวิกฤติเลยทีเดียว ไม่ผิดอะไรกับฟ้าหลังฝนกันฉะนั้น

อาสาสมัครที่เข้าไปช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูในพื้นที่ประสบวาตภัยในหมู่เกาะบาฮามาส โดยในภาพกำลังช่วยกันเก็บสิ่งปรักหักพังในโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่ง (เอเอฟพี)

อาสาสมัครแจกจ่ายอาหารแก่ผู้ประสบวาตภัยในหมู่เกาะบาฮามาสกันแบบรายบุคคล (เอเอฟพี)

เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่อาสาสมัครนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบวาตภัยในหมู่เกาะบาฮามาส (เอเอฟพี)

อาสาสมัครจากการไฟฟ้าของเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ เข้าไปช่วยติดตั้งเสาไฟฟ้าในหมู่เกาะบาฮามาส ที่หักโค่นเพราะพายุพัดกระหน่ำ (เอเอฟพี)

อาสาสมัครจาก “พาราไดซ์ครุยซ์ไลน์” เข้าไปช่วยเหลือสุนัขที่พลัดหลงกับเจ้าของ ในเหตุวาตภัยถล่มหมู่เกาะบาฮามาส (เอเอฟพี)