กุนซือของพรรคอนาคตใหม่ จะต้องพลิกตำรา “สู้”หรือไม่ ยังเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและไม่อาจละสายตา เพราะสถานการณ์ที่จะชี้ชะตาทั้งของพรรคและ “หัวหน้าพรรค” ที่ชื่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ล้วนแล้วแต่เป็น “เรื่องเดียวกัน” โดยแยกไม่ออก !

ปฏิบัติการซักฟอก “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จบลงไปเรียบร้อยแล้วเมื่อการพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา152 จบลงไปเป็นการส่งท้ายวันปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 18 ก.ย.ที่ผ่านมา แม้ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค จะใช้ความพยายามในการอภิปรายกดดันพล.อ.ประยุทธ์ แทบทุกทาง โดยเฉพาะปมประเด็นว่าด้วยการถวายสัตย์ฯก็ตาม แต่ก็ยังเป็นการขึ้นสังเวียนที่ดูจะผิดจังหวะไปหน่อย

เมื่อยามนี้ ภัยพิบัติจากน้ำท่วมโดยเฉพาะทางภาคอีสาน นั้นหนักหนาสาหัส ซึ่งแน่นอนว่าความทุกข์ของพี่น้องประชาชนที่กำลังจมน้ำ ย่อมใหญ่หลวงกว่า เรื่องการเมืองโดยไม่ต้องเดา

การเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ จากนี้ไปจะเดินหน้าเปิดเกมเขย่ารัฐบาลกันต่อที่นอกสภาฯ โดยเป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่เดินสายของ “7พรรคฝ่ายค้าน” ที่คิ๊กออฟจัดเวทีไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ก่อนเอาไว้ก่อนหน้านี้

แต่กระนั้นก็ดูเหมือนว่าสถานการณ์กลับไม่เป็นใจนัก เมื่อการเดินสายปลุกประชาชนให้ออกมาร่วมร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของพรรคอนาคตใหม่ และพรรคเพื่อไทยต้องปรับโหมด ไปสู่การเดินหน้าช่วยประชาชนจากภัยพิบัติน้ำท่วมในภาคเหนือและภาคอีสาน อย่างฉับพลัน

การเดินสายของแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ที่ต้องเร่งรีบปลุกเร้าให้ประชาชนลุกขึ้นมาแก้รัฐธรรมนูญ นั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะอนาคตใหม่เอง ต้องทำงาน “แข่งกับเวลา” เพราะไม่มีใครบอกได้ว่าคดีความที่พัวพันทั้งตัวธนาธร นั้นจะส่งผลร้ายถึงขั้น “ยุบพรรค” หรือไม่

ในความหวั่นไหวของแกนนำพรรคอนาคตใหม่ต่อชะตากรรมทางการเมืองนั้น ย่อมเกิดเป็น “แรงกระเพื่อม” ที่นำไปสู่ปรากฎการณ์ “งูเห่า” ได้ไม่ยากนัก โดยเฉพาะส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ ที่ยังมีโอกาสรอดชีวิตหากพรรคมีอันต้องถูกยุบขึ้นมาจริง

นั่นคือการหาสังกัดพรรคการเมืองใหม่ ให้ได้ภายในเวลา60 วันส่วนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อาจจะต้องยุติบทบาทกันทั้งหมด ปรากฎการณ์ “งูเห่า” ของพรรคอนาคตใหม่ ที่มีส.ส.เขตเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยนั้นได้ถูกจับตาและตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอดว่าที่สุดแล้ว ส.ส.เขตของอนาคตใหม่ จะกลายเป็นงูเห่าที่มีราคาค่างวดไม่น้อย หากเลือกสังกัดพรรคให้ถูกที่ ถูกเวลา ไม่ว่าจะเป็น พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย หรือแม้แต่พรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล

ด้วยเหตุนี้ มีรายงานว่า แกนนำพรรคอนาคตใหม่เองเตรียมหา “พรรคสำรอง” เอาไว้เพื่อเตรียมรองรับส.ส.เขตเลือกตั้ง ไม่ให้ไหลออกไปอยู่พรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะพรรคในปีกรัฐบาล เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์โดยรวมของ พรรคฝ่ายค้าน ตกที่นั่งลำบาก มากขึ้น !

อย่างไรก็ดี การมีบ้านใหม่ มีพรรคสำรองเพื่อรองรับ ส.ส.เขตที่ยังเหลือชีวิตรอดหากอนาคตใหม่ถูกยุบขึ้นมาจริงนั้น อาจเป็นเพียงข้อสมมติฐานของแกนนำอนาคตใหม่ที่เป็น “นักแอคทิวิส” เพราะในความเป็นจริงแล้วการตัดสินใจ จะอยู่บ้านหลังไหน ในมุมมองและในสายตาของ “นักการเมือง” ย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะว่ากันไปไกลถึงขั้นที่ว่า หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจริง ต่อให้มีพรรคสำรอง ก็ยากที่จะหาลูกพรรคไปสังกัดด้วยซ้ำ !