ตลอดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องลุ้นระทึก มากไปกว่าความชัดเจนจากคำวินิจฉัยของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ที่จะชี้ขาดคุณสมบัติ ของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญ มากกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าด้วยปมถวายสัตย์ฯ เพราะรัฐบาลรู้ดีว่าถึงอย่างไร “ฝ่ายค้าน” ก็ไม่สามารถ “ล้มรัฐบาล” ลงได้

ที่สุดแล้วตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (15) กรณีเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ โดยให้เหตุผลว่า คำว่าเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐมีศาลรัฐธรรมนูญเคยตีความไว้ในคำพิพากษาที่ 5/2543 ว่าเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐคือได้รับแต่งตั้งตามกฎหมาย ปฏิบัติงานประจำ อยู่ในกำกับดูแลของรัฐ

“ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมีเจตนารมไม่ให้ข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง เข้ามาเป็นนักการเมือง จึงกำหนดให้รวมถึงพนักงาน ลูกจ้างของรัฐ การกำหนดเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐเพื่อให้ครอบคลุมตำแหน่งที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นในลักษณะของการเป็นพนักงานและเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ตำแหน่งหัวหน้า คสช. มาจากการยึดอำนาจ และเป็นตำแหน่งรัฏฐาธิปัตย์ ไม่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของหน่วยงานรัฐ ไม่มีกฎหมายกำหนดเกี่ยวกับการเข้ารับตำแหน่ง เป็นอำนาจหน้าที่เฉพาะชั่วคราวเพื่อรักษาความสงบสุขให้กับประชาชน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามมาตรา 98 (15)  อาศัยเหตุผลดังกล่าวจึงวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว”

หมายความว่า คุณสมบัติของพล.อ.ประยุทธ์ นั้นไม่ถือว่าเป็น “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” คุณสมบัติไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และจากนี้ไป เส้นทางแห่งอำนาจของบิ๊กตู่ จะอยู่ได้ยาว จนกว่าจะสะดุดกับปัญหาใหม่ โดยเฉพาะประเด็นที่อาจมาจาก “ปัญหาภายใน” ของพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเองในระหว่างทางเมื่อ “เรือเหล็ก” แล่นไปเบื้องหน้า

แน่นอนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 ของ7พรรคฝ่ายค้านครั้งนี้ ดูจะไม่ตรงตามเป้าหมายนัก เพราะนอกจากจะไม่สามารถ “เขย่า” รัฐบาลให้สั่นคลอนได้แล้ว ยังกลายเป็นว่าศึกซักฟอกรอบนี้ ฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะ พรรคพลังประชารัฐ และตัว พล.อ.ประยุทธ์ ประเมินและอ่านทางของฝ่ายค้านได้ออกแล้วว่า ต้องการโจมตีในจุดที่คิดว่าเปราะบางคือการถวายสัตย์ฯ แต่กลับไม่มีสัมฤทธิ์ผล เป็นที่น่าพอใจนัก

การลุกขึ้นตอบคำถามของพล.อ.ประยุทธ์ ในศึกซักฟอกรอบนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการตอบ ที่ไม่ตรงกับ “คำถาม” ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ เองแทบไมได้ให้น้ำหนักกับการเมืองในสภาฯ ยิ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ออกมาในทางที่เป็น “คุณ” เมื่อชี้ว่าคุณสมบัติของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ความสำคัญของเกมในสภาฯ จึงจืดชืด ไร้รสชาติอย่างที่เห็น !