ศึกซักฟอกที่มีขึ้นวันนี้ 18 ก.ย. น่าสนใจว่า “เป้าสังหาร” อาจจะไม่ได้อยู่ที่ตัว “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วยประเด็นเรื่องของการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น

บ้างก็ประเมินกันว่า “ขุนพล” ที่ “7 พรรคฝ่ายค้าน” ตระเตรียมกันเอาไว้ เตรียมถล่มพล.อ.ประยุทธ์ ให้อ่วมคาสภาฯ นั้นอาจจะต้องเปลี่ยนเป้ากระทันหัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วว่า ไม่รับคำร้องประเด็นดังกล่าว เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมจะถูกนำไปตีความได้ถึงเรื่องควรหรือไม่ควรนำมาพูดถึงในสภาฯหรือไม่

เพราะอาจจะก้าวล่วงไปถึง สถาบันเบื้องสูง ซึ่งประเด็นนี้ มีเสียงเตือนดังมาจาก “ฟากรัฐบาล” หลายต่อหลายครั้งแล้วว่า ใครพูด คนนั้นต้องรับผิดชอบกันเอาเอง !

แต่จุดโฟกัสใหม่ที่น่าสนใจ นาทีนี้กลับไปอยู่ที่ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่กำลังเป็นเหมือน “สายล่อฟ้า” ล่อเป้า ให้ฝ่ายค้านเตรียมขย้ำกลางสภาฯ

โดยเฉพาะพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมใจ ที่ประกาศจองกฐิน ขอซักฟอกร.อ.ธรรมนัส กลางสภาฯ ทั้งเรื่องที่สื่อออสเตรเลีย นำเสนอข่าวการถูกจับกุมในคดียาเสพติด พ่วงด้วยปัญหาเรื่องวุฒิการศึกษา ระดับปริญญาเอก

จะว่าร.อ.ธรรมนัส มาเป็นตัวช่วย ผ่อนหนัก ผ่อนเบาให้กับพล.อ.ประยุทธ์ ว่าด้วยเรื่องของการถวายสัตย์ฯ ก็อาจจะถูกเพียงส่วนเดียว เนื่องจากในความเป็นจริงแล้ว กรณีปัญหาของร.อ.ธรรมนัส นั้นถือเป็นปัญหา “ส่วนตัว” ที่กำลังเปิด “จุดอ่อน” ให้กับ รัฐบาลทั้งคณะไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ดีน่าสนใจว่า สายล่อฟ้าอย่างร.อ.ธรรมนัส อาจจะไม่ยอมเป็น “เป้านิ่ง” ให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถล่มกลางสภาฯอยู่ฝ่ายเดียว ยิ่งตลอดหลายวันที่ผ่านมา ดูเหมือนว่า ร.อ.ธรรมนัส ตกเป็นฝ่าย “ตั้งรับ” อยู่ฝ่ายเดียว จนผิดสังเกต

อย่าลืมว่า “เกมการเมือง” นั้นย่อมไม่ได้จบลง เพียง ช็อตเดียวเท่าที่ตามองเห็น หรือแค่หูได้ยินการเปิดศึกวิวาทะรายวันเท่านั้น เพราะโอกาสที่จะ “เอาคืน” นั้นย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกฝ่าย และทุกคราวเมื่อโอกาสอำนวย !

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 ของ 7พรรคฝ่ายค้าน ในวันนี้จะเป็นเพียงแค่ “พิธีกรรม” ก่อนปิดท้ายสมัยประชุมสภาฯ หรือจะถึงขั้น ฝากรอยแผลเอาไว้ให้กับรัฐบาล ไปจนถึงกระทบ “รัฐมนตรีบางราย” จนถึงจะต้องโดนปรับออกจากครม.หรือไม่นั้น ก็นับเป็น “บทพิสูจน์” การทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน

ทว่า การที่วันนี้ รัฐบาลมี “สายล่อฟ้า” อย่างร.อ.ธรรมนัส มือประสานสิบทิศ เป็น “เป้าล่อ” ดึงให้พรรคฝ่ายค้านพุ่งเป้าเข้าถล่ม ทางหนึ่งก็ต้องนับว่าเป็นเรื่องที่ดี สำหรับฝ่ายค้าน เพราะลำพังจะให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อ “คว่ำ” พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยประเด็นถวายสัตย์ฯ นั้นเห็นทีจะเลือนลาง

และขณะเดียวกัน สำหรับฝ่ายรัฐบาลแล้ว การส่งร.อ.ธรรมนัส ลงสังเวียน ในศึกอภิปรายฯ วันนี้ จะได้มากกว่าเสีย หรือ เสียมากกว่าได้ หรือจะเกิดผลพวงอย่างใด อย่างหนึ่งตามมา ในทางที่เป็นบวกต่อรัฐบาล ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เดาทางกันไม่ยาก !