แทบไม่น่าเชื่อว่า “นักการเมือง” จะสามารถแปรเปลี่ยน “ทุกข์” ของพี่น้องประชาชนมาเป็น “อาวุธ”เพื่อใช้โจมตีกันได้อย่างดุเดือด เข้มข้น หวังทำแต้ม เก็บคะแนนกันทุกโอกาส ทุกจังหวะที่เอื้ออำนวย !

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด โดยเฉพาะที่อุบลราชธานี ต้องถือว่าหนักหนาสาหัสไม่น้อย แต่ที่หนักหนาไปกว่านั้น คือการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ จากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ต่างทุ่มเทกาย – ใจอย่างแข็งขัน ร่วมด้วยภาคเอกชน พี่น้องประชาชน ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์ที่ต้องร่วมเข้าช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัยเท่าที่จะทำได้

แต่ขณะเดียวกัน ปัญหาเรื่องน้ำกลับกลายเป็นประเด็นที่ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ทำให้เจ้าตัวถึงกับหลุดปากบอกมาว่า ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น “อกแทบแตก” เพราะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า น้ำท่วมที่อีสาน แต่นายกฯบินลงใต้ ไปร่วมงานที่เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี

มิหนำซ้ำ ประเด็นที่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ โดนกระหน่ำหนัก ยังเป็นเพราะพื้นที่ที่ลงใต้ไปเมื่อสุดสัปดาห์ นั้นเปรียบเสมือน “เซฟตี้โซน” เพราะเป็นพื้นที่ของ “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณวิทยาลัยพร้อมด้วย “อดีตแกนนำกปปส.” ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ยกคณะไปเยือนวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ

ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากฝ่ายค้าน ไปจนถึง “กองแช่ง” ที่ไม่นิยม เชียร์รัฐบาลนั้นก็ดูจะไม่แตกต่างไปจากสิ่งที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯหญิง เคยประสบมาแล้วในราวปลายปี 2554 เมื่อคราวเกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งในปีนั้น “ยิ่งลักษณ์ เอาไม่อยู่”

เมื่อตัดภาพกลับมาที่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ปีพ.ศ.นี้ แม้สถานการณ์น้ำท่วม 2562จะไม่วิกฤติมากเท่ากับปี2554 ทว่า ความทุกข์ของพี่น้องประชาชน สามารถส่งต่อ ส่งผ่านในโลกออนไลน์ สะท้อนทุกมิติ ทุกแง่มุม ทุกความเคลื่อนไหว ที่เกิดขึ้นทั้งที่จ.อุบลฯไปจนถึงจังหวัดอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นนี่เอง ที่กำลังส่งผลกระทบต่อทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลรุนแรง มากกว่าประเด็นที่ว่าด้วยการถวายสัตย์ฯ ที่ฝ่ายค้านเตรียมนำไปใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 ในวันที่ 18 ก.ย.นี้กลางที่ประชุมสภาผู้แทนฯ ด้วยซ้ำ

หมายความว่า สิ่งที่รุมเร้าพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ยามนี้ประเดประดังทั้งในและนอกสภาฯ เมื่อความทุกข์ร้อนของประชาชนที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม คือปัจจัยที่สร้างแรงกดดัน และความวุ่นวายนอกสภาฯ ขณะที่ เป้าโจมตีพล.อ.ประยุทธ์ ในสภาฯ ถูกวางเอาไว้ที่การถวายสัตย์ฯ รวมถึงกรณี “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ ทั้งเรื่องการพัวพันกับคดียาเสพติด ผสมปนเปกับปัญหาเรื่องวุฒิการศึกษา จนเจ้าตัวต้องสั่ง “ทีมกฎหมาย” ดำเนินการเอาผิดกับใครก็ตามที่สร้างความเสียหาย

ทั้งน้ำ ทั้งการเมือง ที่โถมเข้าใส่พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล ในจังหวะเดียวกันยามนี้ แทบไม่มีอะไรเป็นใจ ทำให้บิ๊กตู่ ยิ้มรับเหมือนครั้งที่ลงไปพบกับ “ลุงกำนัน” ได้เลยสักเรื่อง !