วันที่ 18 กันยายน 2562 จะเป็นอีกวันที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะต้องพิสูจน์ภาวะผู้นำอีกครั้ง ในการรับมือศึกอภิปรายทั่วไป ไม่ลงมติ กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ

โดยนายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงเพราะถือเป็นการอภิปรายคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ใน 2 ประเด็นคือ

1.การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ

2.การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยไม่แจ้งที่มาในการใช้จ่ายงบประมาณ

ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงได้แจ้งไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ ให้จัดเตรียมข้อมูลเพื่อรองรับการตอบการอภิปรายของฝ่ายค้านไว้ด้วย

ทั้งนี้ ไฮไลต์สำคัญอยูที่พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยืนยันว่าจะเดินทางไปร่วมประชุมในวันดังกล่าว แต่ยังไม่ทราบว่าจะตอบคำถามด้วยตัวเองหรือมอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตอบแทน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เคยให้สัมภาษณ์ถึงจัดทีมงานขึ้นมาช่วยในการตอบคำถามของฝ่ายค้านให้กับนายกรัฐมนตรีเอาไว้ว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหาคนมาช่วยนายกรัฐมนตรี

“เพราะเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับท่าน”

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามโดยระบุตอนหนึ่งว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมือง (Political Issue) ของคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหาร ในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ จึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด

ส่วนการยื่นญัตติของฝ่ายค้านนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้เหตุผลว่า “เป็นเรื่องที่สภาตรวจสอบได้ตามรัฐธรรมนูญ และเป็นคนละภารกิจกับศาลรัฐธรรมนูญ”

ทั้งนี้ ทั้งนั้น การอภิปรายจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล แต่เป้าหมายคือตัวนายกรัฐมนตรี ที่จะสามารถตอบคำถามของฝ่ายค้านได้กระจ่างและชัดเจนหรือไม่ และที่สำคัญจะควบคุมอารมณ์ได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะในเรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้

ภายใต้สถานการณ์ที่ รัฐบาลกำลังตั้งรับกับกระแสข่าวการเปิดโปงเรื่องคดีความและวุฒิการศึกษาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งกรณีของร.อ.ธรรมนัส ที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้ามาที่ตัวนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้เสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีที่จะต้องรับผิดชอบในปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างปฏิเสธไม่ได้

ดังนั้น ดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเผชิญศึกถึง 2 ด้าน ทั้งในสภาและนอกสภา ที่เร้าให้บรรากาศการเมืองตึงเครียดและเขม็งเกลียวขึ้น

นี่คือบททดสอบบนถนนสายประชาธิปไตยของพล.อ.ประยุทธ์