เผาแล้วหนุ่มช่างซ่อมรถจยย.เครียดแทนภรรยาถูกคำสั่งมหาดไทยให้ออกจากครูโดยพลัน เกิดโรคเครียดจัดตัดสินใจผูกคอเสียชีวิต ขณะที่ภรรยาได้กำลังใจจากญาติพี่น้องและวงการครู ลั่นต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด ด้านนักวิชาการอิสระ ประธานเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ จี้บิ๊กตู่สางปัญหา ก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรม
จากกรณีเกิดเหตุสลด ช่างซ่อมจักรยานยนต์เครียดจัด หลังภรรยาซึ่งเป็นครูผู้ดูแลเด็ก ถูกคำสั่ง ว.33 ซึ่งเป็นหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยให้ออกจากราชการครูโดยพลัน ระบุเกิดจากภาวะเครียด และซึมเศร้าผูกคอตาย ทิ้งหนี้ก้อนโตกว่า 1.5 ล้านและภาระเลี้ยงลูก 2 คนไว้ข้างหลัง ด้านนักวิชาการอิสระ ประธานเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ยื่นหนังสือยับยั้งต่อเลขานายกรัฐมนตรี และหลายหน่วยงานเร่งแก้ไขคำสั่ง ก่อนที่จะมีผู้ได้รับผลกระทบปลิดชีพสังเวยคำสั่งไม่เป็นธรรม ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.ย.62 ผู้สื่อข่าวติดติดตามบรรยากาศ ที่บ้านเลขที่ 92 หมู่ 5 บ้านหนองคู ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนางปิยะวดี ภูผานม ครูผู้ดูแลเด็กศูนย์พัฒนาเด็กบ้านโนนศิลาเลิง ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ หลังสูญเสียสามี คือนายนิยม ภูผานม อายุ 43 ปี ไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยได้ผูกคอเสียชีวิต เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ของวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากความเครียดและซึมเศร้าสะสมมาหลายปี เหตุภรรยาถูกคำสั่งว.33 โดยเป็นหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยให้ออกจากข้าราชการครู ทั้งนี้ได้เคลื่อนศพประกอบพิธีฌาปนกิจตามประเพณีที่วัดประจำหมู่บ้านเมื่อวานนี้ มีเพื่อนในวงการครูผู้ดูแลเด็ก และบุคคลในวงการครู ญาติพี่น้องร่วมงานจำนวนมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

โดยในวันนี้ หลังจากประกอบพิธีเก็บอัฐินายนิยม ภูผานม สามีนางปิยะวดี และถวายภัตตาหารพระภิกษุ พร้อมกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลตามประเพณีทางพุทธศาสนาแล้ว ยังมีญาติพี่น้อง เพื่อนครูศูนย์เด็ก อยู่เป็นเพื่อนปลอบใจนางปิยะวดีตลอดวัน โดยยังยืนยันที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับกลุ่มครูศูนย์เด็กทั่วประเทศจำนวน 98 คนที่ตกอยู่ในสถานะให้ออกจากราชการโดยพลันต่อไป

นางปิยะวดี ภูผานม ครูผู้ดูแลเด็กศูนย์พัฒนาเด็กบ้านโนนศิลาเลิง ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ยืนยันในสาเหตุการตัดสินใจของนายนิยมสามี ว่าเกิดจากความเครียดสะสม ว่าถ้าตนถูกให้ออกจากครูศูนย์เด็กแล้ว ครอบครัวจะประสบปัญหาแน่นอน เนื่องจากภาระหนี้สินที่มีจำนวนมากถึง 1,500,000 บาท ที่หากตนยังได้รับราชการก็ยังจะมีเงินพอผ่อนทั้งต้นทั้งดอกเบี้ย แต่ถ้าหากตกงานแล้ว จะหาเงินที่ไหนมาผ่อนชำระหนี้ ลำพังรายได้จากการซ่อมจักรยานยนต์และขายอะไหล่เล็กๆน้อย ก็แค่พอประทังชีวิตและใช้จ่ายในครัวเรือนเท่านั้น กรณีที่ตนถูกคำสั่ง ว.33 ให้ออกจากราชการ ที่ได้นำมาปรับทุกข์ให้สามีฟังหลายครั้ง จึงเป็นความเครียดสะสม และเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจผูกคอเสียชีวิตดังกล่าว

นางปิยะวดีกล่าวอีกว่า จากการที่ได้คำสั่ง ว.33 ดังกล่าว ไม่ใช่เพียงแต่สามีตนที่เครียดเท่านั้น จากการสอบถามเพื่อนในวงการครูศูนย์เด็ก ที่มีรายชื่อทั้ง 98 คน รวมทั้งคนในครอบครัวก็ตกอยู่ในอาการเครียด เช่นกัน หรือแม้แต่ตนเองตอนนี้ที่สูญเสียสามีไป ก็เครียดจุกอกจนพูดไม่ออก ก็ได้แต่จุดธูปบอกวิญญาณสามีว่าจะต้องสู้ต่อไป จะอ่อนแอไม่ได้ ทั้งในฐานะที่เป็นทั้งพ่อและแม่ เลี้ยงลูก 2 คน และในฐานะครู ที่ต้องทำหน้าที่อบรมสั่งสอนเด็กให้มีความรู้ให้ดีที่สุด เพราะเราเป็นครูด้วยจิตวิญญาณ มีใบประกอบวิชาชีพ มีใบประกาศรับรองเอกครูประถมวัยถูกต้องครบทุกประการ เราจะสู้ต่อไป และเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมคืนกลับมาให้ครูศูนย์เด็กทั้ง 98 คน และเพื่อศักดิ์ศรีของครูศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ

ด้านนายสมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระในฐานะประธานเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันอังคารที่ 17 กันยายนนี้ ตนและตัวแทนครูผู้ดูแลเด็กที่เดือดร้อนจะเดินทางไปยื่นหนังถือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านทางเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการ 3 ก ประกอกบด้วย 1.กจ. 2.กท.และ 3.ก.อบต. รวมทั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้กำหนดมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาครูผู้ดูแลเด็กจำนวน 98 คนทั่วประเทศ ที่ถูกให้มีคำสั่งให้ออกจากราชการโดยพลัน เนื่องจากหนังเวียนฉบับ วันที่ 23 สิงหาคม 2562 หรือที่เรียกว่าหนังสือ ว. 33 นั้น เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะข้าราชการครูทั้งหมด 98 คน เข้ารับราชการครูผู้ดูแลเด็กตามการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ดูแลเด็ก พ.ศ.2553 ซึ่งคณะกรรมการ 3 ก. ให้การรับรองไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่มาตรฐานกำหนดตำแหน่งครูผู้ดูแลเด็ก พ.ศ.2558 กำหนดมาตรฐานผู้ดูแลเด็กใหม่นั้นเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติย้อนหลัง ซึ่งกระทบครูผู้ดูแลเด็กทั้ง 98 คน

นายสมคิด กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา คณะครูได้เคลื่อนไหวคัดค้านมาโดยตลอด มีการนำเข้าที่ประชุมคณะ 3 ก.ไม่ต่ำกว่า 9 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข โดยครั้งที่สำคัญเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2559 หรือที่เรียกว่า ว. 35 ได้มีการกำหนดมาตรการเยี่ยวยาครูผู้ดูแลเด็กไว้อย่างชัดเจน แต่ในการประชุมครั้งที่ 6 /2562 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2562 คณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งกลับเสนอคัดค้านมาตรการเยี่ยวยาครูผู้ดูแลเด็ก และเป็นที่น่าสังเกตว่า ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 หมวดที่ 1 ว่าด้วย อบจ.หมวดที่ 2 ว่าด้วยเทศบาล และหมวดที่ 3 ว่าด้วย อบต.กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุมโดยตำแหน่ง แต่ในการประชุมครั้งนั้นกลับมีนายบุญธรรม เลิศสุขขีเกษม รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานในที่ประชุม และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นคือนายสุธิพงษ์ จุนเจริญ เข้าร่วมประชุมด้วย และมีรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 1 คนคือนายสันติทร ยิ้มละไม เข้าร่วมประชุมชนอีกด้วย และมีมติออกหนังสือ ว33 ให้ข้าราชการครูผู้ดูแลเด็กทั้ง 98 คน ออกโดยพลันดังกล่าว ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตอีกว่าหลังออกมติเรื่องเรืองนี้แล้ว นายสุทธิพงษ์ คณะรัฐมนตรีได้ย้ายไปเป็นอธิบดีกรมพัฒนาชุมชนที่เป็นขนาดเล็กกว่า

นายสมคิด กล่าวว่า สำหรับครูผู้ดูแลเด็กทั้งหมดนั้นหลังจากสอบเข้าบรรจุทุกคนได้ไปพัฒนาตนเอง ทั้งทุนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและทุนส่วนตัวไปเรียนประโยชน์วิชาชีพครูเพิ่มเติมทั้งหมด 98 คน ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะสอดคล้องกับมาตาฐานตำแหน่งที่คณะกรรมการ 3 ก กำหนดไว้ และมีการศึกษาระดับปริญญาโททั้งหมดกว่า 80 คน จึงมีคุณสมบัติสมบูรณ์ทุกประการ

นายสมคิด กล่าวอีกว่า ในส่วนของนางปิยะวดี ภูผานม ครูผู้ดูแลเด็กศูนย์พัฒนาเด็กบ้านโนนศิลาเลิง ต.โนนศิลาเลิง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ก่อนหน้านั้นเป็นครูอัตราจ้างที่ อบต.โนนศิลาเลิงตั้งแต่ปี 2550 จึงเกินระยะเวลา 3 ปี ที่คณะกรรมการ 3 ก.กำหนด และตอลดที่ทำงานก็ได้พัฒนาตนเองจนจบ ป.โท ด้านบริหารการศึกษา ซึ่งก็มีคุณสมบัติครบถ้วน แต่กลับมีรายชื่อในคำสั่ง ว33 ที่จะต้องให้ออกโดยพลัน ซึ่งหากประธานคณะกรรมการ 3 ก.คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่พิจารณาทบทวนใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 31 จังหวัด ก็จะต้องนำรายชื่อครูเข้าที่ประชุม ก.จังหวัดให้ออกต่อไป

ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นทำให้นายนิยมสามีของนางปิยะวดี เกิดความเครียด ที่ภรรยาจากได้ถูกออกจากราชการ จึงตัดสินใจผูกคอตายเซ่นคำสั่ง ว.33 อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นายนิยมเคยพูดกับภรรนยาว่า หากไม่รับความเป็นธรรม และถูกให้ออกจากข้าราชการครูจะไปประท้วง โดยการแขวนคอตายที่หน้ากระทรวงมหาดไทย แต่ภรรยาห้ามไว้ แต่ก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะแขวนตายจริงๆ ดังนั้นจึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับเรื่องหนังสือ ว33 เป็นกรเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหา ก่อนที่จะมีโศกนาฏกรรมเพิ่มขึ้นมาอีก หรือมีผู้ไปแขวนคอประท้วงกระทรวงมหาดไทยจริงๆ