กลุ่มพลังพุทธร้องกองปราบเอาผิด นักศึกษา-อาจารย์ เจ้าของภาพวาด "พระพุทธรูปอุลตร้าแมน” พ่วงเอาผิด อ.เฉลิมชัย –ทนายเดชา –เจ้าของห้างดัง ฐานสนับสนุน

จากกรณีที่ในโลกสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ผลงานศิลปะภาพวาด "พระพุทธรูปอุลตร้าแมน" ซึ่งเป็นผลงานการวาดของ น.ส.ศุภรัตน์ ชัยจังหรีด นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่ จัดแสดงในนิทรรศการศิลปะที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ระหว่างวันที่ 3-11 ก.ย.62 จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งมีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ตามที่เคยมีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ ประธานกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน พร้อมด้วยนายพงศ์นรินทร์ อมรรัตนา ทนายความ และสมาชิกกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.หญิง จิราภรณ์ วันโท รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ป. เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้เอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีนักศึกษาวาดภาพพระพุทธรูปอุลตร้าแมน พร้อมกับผู้สนับสนุน รวม 5 คน โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการหลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาพุทธและทำร้ายจิตใจชาวพุทธ โดยนำเอกสารหลักฐานมามอบให้กับพนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณา

นายจรูญ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมืองเหยียบย่ำจิตใจและศรัทธาของชาวพุทธ เป็นการหลบลู่พระพุทธศาสนา ในลักษณะการล้อเลียนพระพุทธเจ้า ที่แสดงออกในรูปของอุลตร้าแมนในท่าทางต่างๆ จำนวนหลายภาพ โดยมีฉากหลังเป็นซุ้มเรือนแก้วของพระพุทธชินราช มีรูปเทวดาในพระพุทธศาสนาประดับอยู่ ผู้วาดย่อมทราบดีว่า พระพุทธรูปหรือภาพของพระพุทธเจ้านั้น เป็นที่เคารพสักการบูชาของชาวพุทธทั่วประเทศกว่า 60 ล้านคน พระพุทธรูปหรือภาพของพระพุทธเจ้า ไม่ว่าในรูปใดๆ ล้วนนำมาซึ่งความศรัทธายิ่งในจิตใจชาวพุทธทุกคน และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ว่า “รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด และพึงส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย” ซึ่งภาพดังกล่าว เป็นการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาในรูปแบบของศิลปะ ดังนั้นการกระทำเหล่านี้จึงถือเป็นการละเมิดต่อกฎหมายอาญา มาตรา 206 ที่ว่าด้วย “ผู้ใดกระทําด้วยประการใด ๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 7 ปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาท ถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ”

“ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดัง และนายเดชา กิติวิทยานันท์ ทนายคลายทุกข์ จะออกมาพูดให้กำลังใจและระบุว่าการวาดภาพเช่นนี้เป็นความคิดสร้างสรรค์ แม้จะภาพดังกล่าวจะถูกมองเป็นงานศิลปะแต่ไม่นับเป็นความคิดสร้างสรรค์ หากจะเป็นการทำลายในรูปแบบศิลปะ เพราะงานศิลปะจะต้องมีแต่ผู้คนแซ่ซ้องสรรเสริญ แต่กลับกันภาพนี้มีแต่คนตำหนิทั่วประเทศ ถึงจะไม่ใช่พุทธรูปจริงๆ แต่เป็นเพียงภาพวาดสมมุติ แต่สิ่งนี้เป็นสื่อสัญลักษณ์ ตัวแทนของพระพุทธเจ้า แม้อุนตร้าแมนจะมีแนวคิดจากพุทธรูป แต่นั่นก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น จึงมองว่าคำพูดของบุคคลทั้งสอง จะเป็นการส่งเสริมกระทำความผิด อนาคตอาจจะมีคนทำแบบนี้ได้อีก” นายจรูญ กล่าว

นายจรูญ กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าเด็กคนเดียวไม่น่าจะทำเรื่องแบบนี้ได้ เพราะต้องใช้เงินที่จะนำภาพไปจัดแสดงในห้างสรรพสินค้าได้ กรณีดังกล่าวจึงน่าจะมีผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกันหลายคน ตามความผิดตามมาตรา 83 , 85 และ 86 ในฐานเป็นผู้ร่วมกันกระทำความผิด หรือโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้ผู้นั้นกระทำผิดต่อไป ด้วยการออกมารับรองว่าผู้ทำไม่ผิด และให้กำลังใจทำต่อไป ซึ่งวันนี้ทางกลุ่มได้นำรายชื่อมาร้องต่อกองปราบ รวม 5 คน ขอให้ดำเนินเอาผิดทั้งหมดจนคดีถึงที่สุด และให้ทำลายภาพวาดทั้งหมดที่ใช้ในการกระทำความผิดนั้นเสีย ทั้งนี้ แม้ว่าเด็กจะออกมาขอโทษแล้ว แต่สิ่งกระทำได้เกิดไปแล้ว หากถามว่าถ้าต้องการปกป้องพุทธศาสนาแต่จะไม่ปกป้องเด็กนั้น เราจะปกป้องคนผิดหรือให้การสนับสนุนไม่ได้ ส่วนการที่มาร้องกองปราบในวันนี้ ไม่ใช่เป็นการทำลายเด็ก เเต่เป็นการปกป้องพระพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม ตนทราบดีว่า ชาวพุทธทุกคนคงไม่คิดเหมือนตนทุกคน เพราะตอนนี้ในสังคมก็มีความคิดที่หลากหลาย

เมื่อถูกถามว่ากรณีที่มีพรรคการเมืองหนึ่งนำพระพุทธศาสนามาอ้างเป็นสโลแกนทางการเมืองนับว่าเหมาะสมหรือไม่นั้น นายจรูญ กล่าวว่า ทางกลุ่มเคยไปฟ้องร้องกับ กกต.แล้ว เพราะตัวบุคคลของพรรคฯ นับถือศาสนาอื่นแต่เอาศาสนาพุทธมาอ้างถึงนั้นไม่เหมาะสม แต่ก็เรื่องก็เงียบหายไป

ด้านพนักงานสอบสวนกองปราบ เบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำนายจรูญ เพื่อนำไปประกอบกับพยานหลักฐานต่างๆที่ทางผู้ร้งนำมามอบให้ ก่อนจะประมวลเรื่องราวส่งต่อให้กับทางผู้บังคับบัญชาเป็นผู้พิจารณาสั่งการต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายชื่อบุคคลที่ถูกทางกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เรียกร้องให้ทางกองปราบดำเนินคดีเอาผิดจำนวน 5 นั้น ซึ่งมีการระบุชื่อในหนังสือร้องเรียนนั้นประกอบด้วย 1.น.ส.ศุภรัตน์ ชัยจังหรีด ผู้วาดภาพ 2.นายวีรยุทธ ไม่ทราบนามสกุล อาจารย์ที่ปรึกษาและเป็นผู้ช่วยเหลือ 3.น.ส.ปพิชญา ณ นครพนม ผู้อำนวยการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21จังหวัดนครราชสีมา ที่เป็นผู้ให้สถานในการจัดงาน 4.นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และ 5.นายเดชา กิติวิทยานันท์ ทนายความ ผู้โฆษณาหรือประกาศให้การสนับสนุนผู้กระทำความผิด