ทั้งนี้ แสงออโรรา หรือที่เรียกกันติดปากว่า แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้หลาย ๆ คนอยากออกเดินทางไปเสาะหาให้เห็นกับตาตัวเองสักครั้งหนึ่ง ซึ่ง ใครที่กำลังอยากจัดทริปตามรอยแสงเหนือ ลองมาดู6 ประเทศรอบโลกที่สามารถไปเที่ยวชมแสงเหนือ พร้อมที่พักแนะนำหลากหลายแบบ ที่ อโกด้า หนึ่งในผู้ให้บริการการจองห้องพักออนไลน์เลือกสรรมาให้เพื่อประสบการณ์การชมแสงเหนือสุดเพอร์เฟค โดยช่วงเวลาออกผจญภัยไปตามรอย ควรเป็นตอนที่ท้องฟ้ามืดสนิทระหว่างปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนเมษายน

ด้วยความที่ ไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่ใกล้กับอาร์กติกเซอร์เคิล ในเขตแอตแลนติกเหนือดินแดนแห่งน้ำแข็งและภูเขาไฟแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการชมแสงเหนือ ถึงแม้แสงเหนือจะมองเห็นได้ในเขตเมืองหลวง อย่าง กรุงเรคยาวิกผู้คนส่วนมากมักเดินทางออกไปนอกเมือง เพราะมีโอกาสจะได้เห็นแสงเหนือมากกว่า แถมระหว่างทางยังมีที่เที่ยวหลายแห่งให้แวะดู เช่น โจกุลซาลอน หนึ่งในทะเลสาบธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอซ์แลนด์ ซึ่งที่นี่มีพักแนะนำ คือ โรงแรม Hali Country Hotel ให้บริการอพาร์ทเมนต์สองห้องขนาดใหญ่กำลังดี เหมาะสำหรับคนที่มากันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แถมยังห่างจากทะเลสาบโจกุลซาลอนไม่ถึง 15 นาที

ขณะที่ทั่วสแกนดิเนเวียมีสถานที่ให้ไปรอลุ้นดูปรากฏการณ์แสงเหนือมากมาย อย่าง ทรอมโซ ในประเทศนอร์เวย์ เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่ตามล่าแสงเหนือ เพราะการเดินทางสะดวกสบาย แถมตำแหน่งที่ตั้งของเมืองยังอยู่กลางวงแหวนออโรรา ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นแสงเหนือได้บ่อยครั้ง อีกทั้งใครที่เป็นสายกิน และสายคอนเสิร์ต ไม่ควรพลาด เพราะเมืองนี้มีจัดเทศกาลอาหารและดนตรี รวมถึงเทศกาลอื่น ๆ ตลอดทั้งปีช่วยเพิ่มสีสันและความสนุกสนานให้กับมิชชั่นตามล่าแสงเหนือได้เป็นอย่างดี สำหรับที่พักแนะนำซึ่งทุกคนสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศความเป็นส่วนตัวที่โรงแรม Radisson Blu Hotel Tromso ด้วยทำเลที่ตั้งอันเหมาะเจาะ การเดินเท้าเที่ยวสถานที่มีชื่อเสียงในเมือง เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะนอร์เวย์เหนือ มหาวิหารทรอมโซ และหอศิลป์เครน จึงไม่ใช่เรื่องยาก

ส่วน แลปแลนด์ เป็นภูมิภาคทางตอนเหนือของฟินแลนด์ ซึ่งมีพื้นที่ติดกับประเทศสวีเดน นอร์เวย์ รัสเซีย และทะเลบอลติก ถือเป็นบ้านของซานตาคลอส คุณลุงใจดีใส่เสื้อสีแดงผู้เป็นที่รักของเด็ก ๆ ทั่วโลก และเป็นจุดที่มีแสงเหนือแบบแทบจะเรียกได้ว่าวันเว้นวัน โดยเฉพาะวันไหนที่อากาศและท้องฟ้าเป็นใจมาก นักท่องเที่ยวจะมองเห็นแสงเหนือจากเมืองที่อยู่ไกลออกไปได้ สำหรับที่นี่มีโรงแรม Santa's Hotel Aurora & Igloos ในหมู่บ้านสกีรีสอร์ทขนาดเล็ก ชื่อ ลูสโต ที่สร้างห้องพักสไตล์กระท่อมเอสกิโมทำมาจากกระจกใสไว้คอยบริการ โดยผู้เข้าพักสามารถมองเห็นท้องฟ้าและบรรยากาศภายนอกได้ตลอดเวลา แถมทางโรงแรมยังมีระบบแจ้งเตือนเมื่อมีแสงเหนือปรากฎขึ้น ช่วยให้แขกไม่พลาดประสบการณ์อันน่าประทับใจ

สำหรับการผจญภัยตามล่าแสงเหนือใน ประเทศสวีเดน ลองเริ่มต้นที่เมืองหลวงอันเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อย่างกรุงสตอกโฮล์ม จากนั้นค่อยมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปที่แลปแลนด์ สู่อุทยานแห่งชาติอบิสโก เพื่อชมแสงเหนือในวันที่ท้องฟ้ามืดสนิท สีเขียวของแสงเหนือจะดูสดและสว่างยิ่งขึ้น โดยมีโรงแรม Mattarahkka Northern Light Lodge สถานที่ที่หากนักท่องเที่ยวโชคดีจะได้เห็นแสงเหนือจากในห้องพัก และก่อนที่ท้องฟ้าจะมืด ลองแวะไปฟิกา ซึ่งหมายถึงการนั่งจิบกาแฟชิลๆ ตามสไตล์คนสวีเดนได้ที่ห้องโถงกลางก็ได้บรรยากาศไปอีกรูปแบบหนึ่ง

อย่างไรก็ตามแสงเหนือแถบอเมริกาเหนือก็พลาดไม่ได้ สำหรับ เมืองแฟร์แบงค์ รัฐอลาสก้า อยู่ในตำแหน่งใต้วงแหวนออโรรา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งชมแสงเหนือที่ดีที่สุดในอเมริกา โดยเมืองนี้มีกิจกรรมให้ทำมากมายระหว่างรอชมปรากฎการณ์แสงเหนือ ทั้งเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์น้ำแข็งออโรรา นั่งจิบค็อกเทลนานาชนิดที่บาร์น้ำแข็ง หรือแช่บ่อน้ำพุร้อนคลายความหนาวกับวิวทิวทัศน์อันสวยงามของอลาสก้าที่น้ำพุร้อนเชนา และสามารถพักผ่อนในห้องพักและห้องสวีทพื้นที่กว้างขวางที่ เบดแอนด์เบรคฟาสต์ Fairbanks Moose Manor B&B ซึ่งพร้อมบริการสิ่งอำนวยความสะดวก อาหารเช้าสไตล์โฮมเมด และการเดินทางที่สะดวกสบายจากตัวเมืองมาไม่กี่นาที ขณะที่ทัศนวิสัยโดยรอบโรงแรมที่ค่อนข้างปลอดโปร่งไร้มลพิษช่วยให้มีโอกาสมองเห็นความสวยงามของแสงเหนือได้อย่างสบายและสดชื่น

ด้าน แคนาดา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีจุดชมแสงเหนือมากมาย โดยเฉพาะทางเหนือของแคนาดา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากขั้วโลกเหนือ จุดที่สวยที่สุดในการชมแสงเหนือคือ ออโรรา วิลเลจ เมือง Yellowknife ที่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้อย่างชัดเจน แบบวิว 360องศา โดยไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ เพราะอยู่ห่างขั้วโลกเหนือเพียงแค่ 400 กิโลเมตร โดยมีที่พักเอนหลังพักผ่อนที่ Aurora Deluxe Guest House เกสต์เฮาส์ทันสมัยที่ให้บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง โดยมีห้องครัวและพื้นที่รับประทานอาหารส่วนกลาง ให้ได้ทำความรู้จักกับกับเพื่อนนักเดินทางด้วยกัน ระหว่างรอชมปรากฏการณ์แสงเหนือสุดตระการตา