อาจเพราะแคมเปญรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้าน กำลังสร้างกระแสความรู้สึกร่วมของประชาชน โดยดึงเอาปัญหาเศรษฐกิจเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญ โดยพยายามตอกย้ำว่าปัญหาเศรษฐกิจของไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ และโจมตีจุดอ่อนของมาตรการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลว่าไม่ได้ผล เพื่อที่จะชี้นำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ปัญหาการสืบทอดอำนาจเสียก่อน จึงจะแก้ไขเปัญหาศรษฐกิจได้

ซึ่งทำให้มีการตอบโต้จากฝั่งของพรรคร่วมรัฐบาลว่า สะท้อนปัญหาการจัดลำดับความสำคัญของชาติ ไม่ถูกเวลา โดยขณะนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนจากจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งทุกฝ่ายควรร่วมมือกันให้ความช่วยเหลือประชาชน แต่กลับมุ่งเน้นแต่ปัญหาทางการเมือง

กระนั้น ในฝั่งของรัฐบาลเอง นอกจากการตอบโต้ทางการเมืองแล้ว ยังพยายามแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่แท้จริงว่าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่พรรคฝ่ายค้านชี้นำ

แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะกล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 37 “Advancing Energy Transition Through Partnership and Innovation” เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา ว่า วันนี้เศรษฐกิจก็กำลังมีปัญหาอยู่เหมือนกัน ตนคิดว่าทุกคนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น เพียงแต่เราต้องช่วยเหลือกันได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ในที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ให้ที่ประชุม ครม.รับทราบ โดยยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้ถดถอย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือ เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ยังสามารถขยายตัว แม้จะเป็นการเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง หรือต่ำกว่าคาดการณ์ก็ตาม

“นายสมคิด ระบุว่า เคยพูดหลายครั้งว่า เศรษฐกิจไม่ได้ถดถอย เพราะความหมายของถดถอย คือ เศรษฐกิจติดลบ ไม่ได้ขยายตัว จริงๆ คือ ยังขยายตัวเป็นบวก แต่อาจจะต่ำกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้เท่านั้น แต่ยังโตในอัตราที่ชะลอลง จึงอยากฝากให้สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ และยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยไม่ได้ถดถอย ยังคงเติบโตอยู่” นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า การประชุม ครม.ได้มีการหารือถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยได้มีการชี้แจง ครม.ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้ยังไม่ได้อยู่ในภาวะถดถอย (Recession) เพราะการจะเป็นเศรษฐกิจถดถอยนั้นจะต้องมีลักษณะขยายตัวที่ติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส แต่เศรษฐกิจไทยยังเติบโตเพียงแต่เป็น การเติบโตในอัตราชะลอตัวลง

"นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยไม่ได้ถดถอย ซึ่งนายกฯ ระบุว่าหากมีการส่งสัญญาณผิด ว่าเศรษฐกิจถดถอยจะกระทบกับทั้ง ความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน" นายทศพร กล่าว

นายทศพร กล่าวว่า สศช.รายงานให้ ครม.รับทราบถึงการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ โดยจะมีการพิจารณามาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 2 แนวทาง คือ 1.การ กระตุ้นการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) 2.การกระตุ้นการ ส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้การส่งออกขยายตัวตามเป้าหมาย 3%

กระนั้น แม้จะมีข้อมูลต่างๆจากฝั่งรัฐบาลยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ถดถอย แต่สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรมก็คือ จะต้องสะท้อนให้เห็นถึงผลพวงของมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น มันได้เพิ่มเงินในกระเป๋าประชาชนแล้วจริงๆ ให้ชัดเจนเป็นรูปธรรมดีกว่าโต้วาทีกันไปมา