AJA เปิด "EZ-OK"รวบรวมเพลงทุกสไตล์ ทุกค่ายดังไว้ในที่เดียว อัพเดททุกสัปดาห์ จุดประสงค์หลักของการพัฒนาแอป EZ-OK คือต้องการคืนความสุขให้กับคนในครอบครัว ได้กลับมาอยู่ใกล้ชิดกัน ทำกิจกรรม ร้องเพลง แชร์ความสุขร่วมกัน เริ่มโหลดได้ตั้งแต่ต้นเดือนก.ย.นี้ พร้อมให้ทดลองใช้ฟรี 7 วัน ตั้งเป้ายอดดาวน์โหลด 1 ล้านคนใน 1 ปี เตรียมนำต่อยอดในเครื่องใช้ไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ AJ ใช้ง่ายไม่ยุ่งยาก

นายอภิสิทธิ์ ไทเศรษฐวัฒน์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AJA ดำเนินธุรกิจภายใต้เครื่องหมายการค้า "AJ" เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งในด้านคาราโอเกะของเมืองไทยมาแต่ช้านาน และเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่โหมดดิจิทัล ทางบริษัทฯได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่นคาราโอเกะ ภายใต้ชื่อ EZ-OK จุดประสงค์หลักของการพัฒนาแอป EZ-OK คือต้องการคืนความสุขให้กับคนในครอบครัวได้กลับมาอยู่ใกล้ชิดกัน ทำกิจกรรม ร้องเพลง แชร์ความสุขร่วมกัน ซึ่งเป็นแอปที่รวบรวมเพลงสากลและเพลงไทย ทุกสไตล์ของค่ายเพลงดังมาไว้ในแอปเดียว จุดเด่นของแอปคือใช้งานง่าย รองรับระบบคำสั่งด้วยเสียง และสามารถบันทึกเพลงโปรดเพื่อร้องในโหมดออฟไลน์ได้ พร้อมเปิดให้ดาวน์โหลดตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.นี้เป็นต้นไป

“การใช้งานของแอป EZ-OK นั้น สามารถใช้บนสมาร์ทโฟนได้ทั้ง IOS และ Android ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก สมัครหนึ่ง account สามารถใช้ได้ถึง 3 อุปกรณ์ทั้งมือถือ แทปเล็ต และทีวี รองรับคำสั่งงานด้วยเสียง และที่สำคัญเป็นแอปเดียวที่สามารถบันทึกเพลงโปรดเพื่อเล่นในโหมดออฟไลน์ได้ เปิดให้ทดลองใช้ฟรี 7 วัน โดยได้ตั้งเป้ายอด 1 ล้านดาวน์โหลดภายใน 1 ปี อีกทั้งได้เปิดตัวสินค้า ลำโพงบลูทูธพร้อมไมค์หลากหลายรุ่นเพื่อเติมเต็มอารมณ์ผู้บริโภคในการร้องคาราโอเกะไปพร้อมกับแอป EZ-OK อีกด้วย"

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลัง น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะมีสินค้ารูปแบบใหม่ออกมาเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต โดยในส่วนของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จะปรับขยายไปในส่วนการให้ความรู้ และจัดงานสัมมนาภาคธุรกิจเอสเอ็มอี รวมถึงการทดลองฝากขายสินค้าผ่านหน้าร้านในเว็บไซต์อาลีบาบาของบริษัท ซึ่งเป็นพันธมิตรรายใหญ่ของ AJ

ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์ในแบรนด์ของ AJ ยังคงมีทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และเชื่อว่ายังสามารถสร้างรายได้ให้กลุ่มบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในส่วนของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะขยายไปยังธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้ารูปแบบอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งจะมีความชัดเจนในไตรมาส 4/62

นอกจากนี้บริษัทได้เข้าร่วมลงทุนในธุรกิจการจำหน่ายและให้บริการตู้เติมเงิน และธุรกิจการให้บริการระบบโอน และรับชำระเงินด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดตั้งบริษัทบางกอกเพย์ จำกัด เริ่มดำเนินธุรกิจในเดือนส.ค.62 และมีทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท ซึ่ง AJA ถือหุ้น 60% ขณะที่บริษัทดังกล่าวจะมีแผนเพิ่มทุนเป็น 100 ล้านบาทภายใน 1 ปีข้างหน้า

สำหรับการลงทุนในธุรกิจจำหน่ายและให้บริการตู้เติมเงินอัตโนมัติ และการให้บริการระบบโอนและรับชำระเงิน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ข้างต้นเป็นการร่วมทุนกัน ซึ่งการลงทุนดังกล่าวเป็นธุรกิจที่มีอนาคต มีโอกาสเติบโตและต่อยอดธุรกิจของบริษัทเพิ่มขึ้น รวมทั้งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และเป็นการลดความเสี่ยงการพึ่งพาธุรกิจหลักของบริษัท