ว่าด้วยเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน กลับมาเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยค่าครองชีพ เติมเงินผ่านบัตรดังกล่าว 500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน โดยเมื่อเริ่มเติมเงินให้เดือนแรกปรากฎว่ามีข่าว ชายวัย 70 ปีจากจ.บุรีรัมย์ประสบอุบัติเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์ พลัดตกสระน้ำเสียชีวิต โดยอ้างรายงานว่านำเงินที่ได้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปซื้อสุราดื่มจนเมา

ขณะที่มีอีกหลายกรณีที่คนได้รับเงินจากบัตรคนจนแล้ว นำไปไปโพสต์ลงโลกออนไลน์ ขอบคุณรัฐบาลที่สนับสนุนค่าเหล้าเบียร์ และกรณีนายแบบที่ใช้ของแบรนด์เนม โพสต์ว่าเป็นหนึ่งในผู้ถือบัตรคนจนเป็นต้น และอีกหลายกรณีที่คนจนไม่จริงได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้ถูกมองว่างบประมาณที่ใช้เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และไม่ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

กระนั้น ปัญหาการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ดังกล่าวเป็นเพียงส่วนน้อย และสามารถควบคุมได้ยาก ในขณะที่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุหลายครอบครัวดำรงชีพอยู่ได้ด้วยเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเมื่อรัฐบาลเติมเงินเข้าไปก็เป็นการช่วยเหลือในการจัดซื้อสิ่งของที่จำเป็นได้มาก

อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ดังกล่าวก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเงื่อนไขการลงทะเบียนคนจนรอบใหม่ เพื่อคัดกรองให้บัตรอยู่ในมือของคนยากจนอย่างแท้จริง แม้บางส่วนจะเข้าหลักเกณฑ์ แต่เมื่อพิจารณาจากฐานะครอบครัวอาจขัดแย้งกัน จึงจะนำรายได้ของครอบครัวเข้ามาเป็นหนึ่งในคุณสมบัติด้วย
เนื่องจากพบว่าผู้ได้รับบัตรขณะนี้บางราย ไม่มีข้อมูลถือครองทรัพย์สินเ ไม่มีรายได้ ช่น นักศึกษา หรือแม่บ้านที่อาศัยอยู่กับสามี แต่ปรากฎว่ามีฐานะดี

ทั้งนี้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้สำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง หรือสศค. ชะลอการปรับปรุงเงื่อนไขบุคคลที่มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปก่อน เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาลเพิ่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรวม 3 มาตรการ คือ 1.การจ่ายเงินเพิ่มเติมในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้ง 14.6 ล้านคน ให้อีกคนละ 500 บาท 2.มอบเงิน ช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5 ล้านคน คนละ 500 บาท และ3.มาตรการ ช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตรแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้รับสิทธิภายใต้โครงการ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดย บุตรต้องมีอายุ 0 -6 ปี ได้รับ 500 บาทจึงอยากให้ การใช้มาตรการดังกล่าวผ่านพ้นไปก่อนจึงค่อยปรับปรุงหลักเกณฑ์การลงทะเบียนใหม่

สำหรับคุณสมบัติทั่วไปผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น จะต้องมีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ว่างงานหรือมีรายได้ต่อปี ไม่เกิน 1 แสนบาท มีสินทรัพย์ทางการเงิน ไม่เกิน 1 แสนบาท และมีบ้านขนาดไม่เกิน 25 ตรว. หรือห้องชุดขนาดไม่เกิน 35 ตรม. เป็นต้น ปัจจุบันมีผู้ได้รับสิทธิเกือบ 14.5 ล้านคน

ส่วนแนวคิดการลงทะเบียนเป็นรายครอบครัวนั้น ยังยึดแนวทางการกำหนดรายได้ต่อปีของบุคคลเช่นเดิม แต่อาจ เพิ่มเงื่อนไขบ้างประการเพิ่มเติม เช่น การมี บัตรเครดิต ซึ่งหมายความว่าบุคคลนั้น จะต้องมีรายได้ต่อปีเกิน 1 แสนบาท หรือการเป็นเจ้าของรถยนต์ เป็นต้น

เราเห็นด้วยในการปรับเกณฑ์พิจารณาคุณสมบัติบุคคลที่ได้รับบัตรสวัสดิการคนจนให้ได้บุคคลที่มีฐานะยากจนที่แท้จริง ขณะเดียวกันนอกจากการเติมเงินเข้าไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว รัฐบาลควรใช้ฐานข้อมูลทะเบียนคนจนนำมาซึ่งการต่อยอดให้หน่วยงานต่างๆ เข้าไปใช้ข้อมูลในการให้สิทธิในการเข้าถึงการอบรม ฝึกทักษะวิชาชีพ รวมทั้งการส่งต่อไปยังหน่วยงานหรือภาคเอกชนที่ต้องการให้ครบวงจร เพื่อวันหนึ่งบุคคลเหล่านี้จะได้หายจน