การโหมไฟการเมือง ในท่ามกลางที่พี่น้องประชาชนหลายสิบจังหวัดทั้งภาคเหนือและอีสานจากพิษ “พายุโพดุล” ที่ทำเอาอ่วมอรทัย มิหนำซ้ำล่าสุดกรมอุตินิยมวิทยา ยังออกประกาศเตือนฉบับที่ 4 ให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวังสถานการณ์พายุดีเปรสชั่นลูกใหม่ที่จ่อจะเข้าไทยอีกระลอก ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ “พรรคฝ่ายค้าน”

เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว สิ่งที่พรรคฝ่ายค้านจะต้องเผชิญคือการโต้กลับด้วยข้อครหา ไม่ห่วง “ทุกข์”ของประชาชน แต่มุ่งจะเอาชนะในทางการเมือง ด้วยการเดินหน้ากดดันให้ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดวันที่จะมาตอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152ว่าด้วยกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ

ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา จึงกลายเป็นว่าการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านไม่อาจรุดหน้าและราบรื่น ด้วยมีข้อหา ไม่ห่วงทุกข์ของประชาชน มากไปกว่า เรื่องการเมือง อย่างที่เห็น

ยิ่งเมื่อสถานการณ์หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน กำลังประสบกับภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันจากอิทธิพลของพายุโพดุล ภาพความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน สลับไปกับการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ตลอดจนหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับภาครัฐและเอกชน ยิ่งตอกย้ำว่า เวลานี้เรื่องน้ำท่วม นั้นมีความสำคัญเร่งด่วน ไม่อาจรีรอได้

จนทำให้พรรคการเมืองเองต้องปรับโหมดกันหลายพรรค ด้วยการเคลื่อนไหวตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ตลอดจนกำชับให้ส.ส.และผู้สมัครของพรรครีบลงไปยังพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม ให้ความช่วยเหลือโดยด่วน ทั้งนี้ดูเหมือนว่า สำหรับ “พรรคอนาคตใหม่” แล้วอาจจะปรับโหมดไม่ทัน เมื่อเทียบกับ “พรรคเพื่อไทย” ที่เชี่ยวชาญเกมการเมืองเหนือชั้นกว่า จึงพบว่า “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศตั้งศูนย์รับบริจาคขึ้นที่ทำการพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ดี มองกลับมาที่เกมการต่อสู้ในสภาผู้แทนราษฎรที่วันนี้ดูเหมือนว่า “ฝ่ายค้าน”เองกำลังกลับกลายเป็นคนที่โดนกดดันเสียเอง !

เมื่อปมการถวายสัตย์ฯ นั้นพรรคพลังประชารัฐ อาจ “ย้อนศร” ด้วยการ “เปิดทาง” ให้ “รัฐมนตรี” คนใดคนหนึ่งลุกขึ้นชี้แจงแทนพล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากถือเป็นเรื่องของ “ทั้งครม.” ไม่ใช่เรื่องของพล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียว

นั่นหมายความว่า ฝ่ายค้านจะหาทาง “แก้เกม” อย่างไร เพื่อที่จะดึง พล.อ.ประยุทธ์ ลงมา “เชือด” กลางสภาฯ ตามเป้าหมาย ก็เห็นทีว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายดายเสียแล้ว

มิหนำซ้ำ ข้อเสนอล่าสุดจาก “วิรัช รัตนเศรษฐ” ประธานวิปรัฐบาล เองยังท้าทายฝ่ายค้านด้วยการ ระบุเลยว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเสนอให้ “ประชุมลับ” เพราะหากเกิดอะไรขึ้น “ฝ่ายค้าน” ต้องรับผิดชอบกันไปเอง !!

การโยนโจทย์กลับไปยังพรรคฝ่ายค้านให้เป็นฝ่ายเผชิญหน้ากับความสุ่มเสี่ยง ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าด้วยเรื่องของการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนของพล.อ.ประยุทธ์ เช่นนี้กำลังกลายเป็นเกมที่ “ผลัก” พรรคฝ่ายค้านให้แบกรับ “สิ่งที่จะเกิดขึ้น”ตามมากันเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าลืมว่า ประเด็นว่าด้วยเรื่องของการถวายสัตย์นั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบัน ดังนั้นฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่ถูกโจมตีมาโดยตลอดด้วยกรณี ก้าวล่วงสถาบัน อย่างพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นฝ่ายตกที่นั่งลำบากเสียเองหรือไม่ !?