หากเอ่ยถึง “สงคราม” ไม่ว่าเป็นสงครามใดๆ ก็ย่อมต้องมี “ผู้แพ้” และ “ผู้ชนะ”

ไม่เว้นแม้กระทั่ง “สงครามการค้าโลก” ที่กำลังสัประยุทธ์ระหว่าง “สหรัฐอเมริกา” ในฐานะคู่ปรปักษ์หลัก กับบรรดาประเทศต่างๆ อย่าง “สหภาพยุโรป” หรือ “อียู” และ “จีนแผ่นดินใหญ่”

โดยเฉพาะคู่สงครามกับ “จีนแผ่นดินใหญ่” เต็มไปด้วยความดุเดือดเลือดพล่าน เลือดสาด ได้แผลเหวอะหวะไปตามๆ กัน เพราะต่างฝ่าย ต่างเสียหายในเชิงธุรกิจ เศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งจากบรรดาสินค้าที่ถูกอัตราพิกัดภาษีศุลกากร หรือภาษีนำเข้า ที่กลายเป็นกำแพง หรือที่เรียกว่า “กำแพงภาษี” เล่นงาน และความเสียหายจากแรงงาน ที่กลายเป็นคนว่างงาน เพราะต้อง “ตกงาน” กันเป็นแถวๆ ไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ ยังพ่วงเอาเหล่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิต “ป้อน” วัสดุ วัตถุดิบ ให้แก่บรรดาโรงงานทั้งของสหรัฐฯ และจีนแผ่นดินใหญ่ ที่อยู่ตามประเทศต่างๆ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยเราเองด้วย ที่อุตสาหกรรมจำนวนไม่น้อย ป้อนวัตถุดิบ ชิ้นส่วนต่างๆ ไปให้กับตามโรงงานในจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นอาทิ ต้องพลอยได้รับผลกระทบเดือดร้อนกันไปด้วย

ถึงขนาดพูดกันฮิตติดปากถึง “สงครามการค้า” โดยเฉพาะ “สงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีน” ข้างต้น ที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในหลายๆ ประเทศ ได้รับความเดือดร้อนไปตามๆ กัน

ทว่า ในขณะที่ทั้งสองชาติมหาอำนาจสัประยุทธ์กัน จนนานาประเทศที่เกี่ยวข้องเดือดกันไปทั่ว รวมทั้งชาติคู่สงครามเองนั้น ก็กลับมีบางประเทศ ได้รับผลประโยชน์จากศึกการค้าโลกที่มีขึ้นในครั้งนี้

โดยมีรายงานจากสถาบันวิเคราะห์วิจัย ระบุว่า อย่างน้อยก็มีสองประเทศด้วยกัน ที่ได้รับอานิสงส์ผลประโยชน์จากสงครามการค้าที่กำลังมีขึ้น

ตามการรายงานของ “ศูนย์เศรษฐศาสตร์ภูมิภาค” แห่ง “สถาบันมิลเคน” ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในเมืองซานตาโมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ ก็ระบุว่า เวียดนาม แดนญวน และเม็กซิโก ถิ่นจังโก คือ สองประเทศที่ว่า ที่ได้รับอานิสงส์ผลประโยชน์จากสงครามการค้าโลกที่กำลังตะลุมบอนกันอยู่

ทั้งนี้ “นายเควิน โคลว์เดน” ซึ่งดำรงตำแหน่ง “หัวหน้าศูนย์เศรษฐศาสตร์ภูมิภาค” ข้างต้น เปิดเผยถึงเหตุผลว่า เพราะบรรดาโรงงานหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในจีนแผ่นดินใหญ่ และในสหรัฐฯ เอง ต่างย้ายฐานการผลิตไปยังทั้งสองประเทศดังกล่าว

พร้อมยกตัวอย่างรายชื่อบริษัทที่ประสบความสำเร็จจากการย้ายฐานการผลิตข้างต้น อาทิ

“โกโปร (GoPro)” ผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพชื่อดังของสหรัฐฯ ที่ย้ายฐานการผลิตและการนำเข้าชิ้นส่วนจากจีนแผ่นดินใหญ่ ไปเป็นที่เม็กซิโกแทน

กล้องถ่ายภาพของโกโปร (GoPro) บริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ที่ย้ายฐานการผลิตจากจีนแผ่นดินใหญ่ ไปเม็กซิโก

แต่รายที่ทำให้ทาง “ศูนย์เศรษฐศาสตร์ภูมิภาค” เน้นย้ำเป็นพิเศษ ก็เห็นจะเป็นรายของ “เวียดนาม” โดยได้ยกตัวอย่างกรณีของ “พีดโก อิเล็กทริก ไบค์ส (Pedego Electric Bikes)” บริษัทผู้ผลิตรถจักรยานไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และเจ๋ง – แจ๋ว ที่สุดในสหรัฐฯ ก็ขยายฐานการผลิต ที่จากเดิมนำชิ้นส่วนจากจีนแผ่นดินใหญ่ ก็ย้ายมายังเวียดนามแทน

โดย “นายดอน ดิคอสแตนโซ” ซึ่งดำรงตำแหน่ง “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” หรือ “ซีอีโอ” ของ “พีดโกฯ” เปิดเผยต่อศูนย์เศรษฐศาสตร์ภูมิภาคดังกล่าวว่า

“ไต้หวัน” อีกหนึ่งประเทศผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญ ที่ได้รับผลประโยชน์จากสงครามการค้าโลก

เดิมทีทาง “พีดโกฯ” นำเข้าชิ้นส่วนจากจีนแผ่นดินใหญ่ถึงราวร้อยละ 80 แต่ปัจจุบันเพื่อหลีกเลี่ยงต่อปัญหาที่ว่า ใช้ชิ้นส่วนจากจีนแผ่นดินใหญ่ข้างต้น ก็เปลี่ยนมานำเข้าชิ้นส่วนจากเวียดนามแทน โดยสั่งนำเข้าชิ้นส่วนจากเวียดนามถึงร้อยละ 70 ที่เหลืออีกร้อยละ ก็สั่งนำเข้าชิ้นส่วนจากไต้หวัน ร้อยละ 30

สำนักงานใหญ่ของบริษัท พีดโก อิเล็กทริก ไบค์ ที่เฟาน์เทนวัลเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ

นายดีคอสแตนโซ ยังเปิดเผยด้วยว่า อันที่จริงจากผลพวงของแรงกดดันสงครามการค้าโลก ทั้งจากในสหรัฐฯ และอียู รวมถึงจีนแผ่นดินใหญ่ ที่เป็นแหล่งซัพพลาย จัดหา ชิ้นส่วนของ “พีดโกฯ” เอง ทางบริษัท เลยคิดจะย้ายฐานทั้งการผลิตและนำเข้าชิ้นส่วนมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2018 (พ.ศ. 2561) แล้ว ตั้งแต่เกิดสงครามการค้าโลกใหม่ๆ โดยเล็งไว้ที่เวียดนาม ก่อนมาสร้างโรงงานเพื่อขยายฐานการผลิต กระทั่ง ทาง “พีดโก” นำเข้าชิ้นส่วนจากโรงงานในเวียดนาม ในอีก 7 เดือนต่อมา หรือเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศบังคับใช้อัตราภาษีศุลกากรใหม่ ในสินค้ารถจักรยานไฟฟ้าที่ผลิต หรือมีชิ้นส่วนการผลิตส่วนใหญ่ที่นำเข้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ รวมอยู่ด้วย ก็ต้องถือเป็นโชคดีของทาง “พีดโกฯ” ด้วย ที่เริ่มขยับขยายกันไปเวียดนามกันก่อนหน้า ก่อนที่ในวันที่ 1 ม.ค.2019 (พ.ศ. 2562) “พีดโกฯ” ก็ยกเลิกการนำเข้าชิ้นส่วนทั้งหมดจากจีนแผ่นดินใหญ่ แล้วหันไปนำเข้าจากเวียดนามแทนทั้งหมด

นายดอน ดิคอสแตนโซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของบริษัท พีดโก อิเล็กทริก ไบค์ส และรถจักรยานไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่เขาบริหาร

พร้อมกันนี้ นายดีคอสแตนโซ ยังเอ่ยปากชมต่อทางการเวียดนามด้วยว่า เตรียมการรับมือกับสถานการณ์สงครามการค้าโลกได้ดี ทั้งในเรื่องการสร้างบรรยากาศให้เอื้อต่อการทุนข้ามชาติที่จะขยายฐานเข้ามา รวมทั้งศักยภาพทักษะของบุคลากร โดยซีอีโอของพีดโกฯ ถึงกับเอ่ยปากว่า คุณภาพผลิตภัณฑ์ของเวียดนามดีกว่าของจีนแผ่นดินใหญ่เสียอีก นอกเหนือจากราคาที่ถูกกว่า เพราะค่าแรงถูกกว่าแล้ว

โรงงานของพีดโกฯ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ซึ่งนำเข้าชิ้นส่วนจากเวียดนามแทนจีนแผ่นดินใหญ่

และก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เวียดนามกลายเป็นเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่แทนที่จีนแผ่นดินใหญ่ อย่างชนิดฮิตฮอตร้อนแรงในเวลานี้ ถึงขนาดที่จีนแผ่นดินใหญ่ ต้องออกมาทำปลอมป้ายติดสินค้าว่า “ผลิตในเวียดนาม (Made in Vietnam)” จนทางการหลายๆ ประเทศ หรือแม้แต่จีนแผ่นดินใหญ่ ต้องออกมาปราบปรามอย่างรุนแรง เพราะนิ่งเฉยอยู่มิได้

ป้ายบอกผลิตภัณฑ์ว่า ผลิตในเวียดนาม (Made in Vietnam) ที่ในขณะนี้เกิดปรากฏการณ์ปลอมแปลงป้ายดังกล่าวขึ้น