ข่าวจากการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ส.ส.กรณีเข้ารับตำแหน่งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 กรณีที่ส.ส.แจ้งว่ามีหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือกยศ. ทำให้ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ แม้จะมีการผ่อนชำระตามปกติ ไม่ได้เบี้ยวหนี้แต่อย่างใด ต่อเมื่อเป็นข่าวแล้ว ทางส.ส.หนึ่งในผู้กู้ คือ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ยืนยันจะชำระหน้ให้หมดหรือปิดบัญชีโดยเร็วอีกด้วย

กรณีดังกล่าวแม้ไม่มีความผิดใด แต่เมื่อเป็นบุคคลสาธารณะที่อาสาเข้ามาทำงานเพื่อส่วนรวม ย่อมถูกติดตามตรวจสอบมากกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อหันมาดูการไม่ชำระคืนหนี้กองทุนกยศ. ยังคงเป็นปัญหาอยู่ จากข้อมูลล่าสุดที่ นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกยศ. รายงานว่า ปัจจุบันกองทุนมีผู้กู้ยืมที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาจำนวนประมาณ5.6ล้านราย ประกอบด้วย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการศึกษาและปลอดหนี้ประมาณ8แสนราย ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ประมาณ3.66ล้านราย ผู้กู้ที่ชำระเสร็จสิ้นแล้วประมาณ1ล้านราย และ อื่นๆ5.7หมื่นราย เป็นเงินงบประมาณให้กู้ยืมจำนวนกว่า 6 แสนล้านบาททั้งนี้ ผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการฟ้องร้องคดีมีจำนวน 1.7 แสนคดี ในปีนี้ คาดว่า จะมีการปิดคดีการฟ้องร้อง 1 แสนคดี

ก่อนหน้านี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้ริเริ่มนโยบายกองทุนกยศ. ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นต่างๆ กรรมต่างวาระ กันในกรณีดังกล่าวเอาไว้ ดังจะยกตัวอย่างมานำเสนอเช่น

“ที่น่าเจ็บใจคือมีคนส่วนหนึ่งซึ่งเป็นจำนวนมากพอสมควร ได้รับประโยชน์ไปแล้วแต่ไม่ใช้คืน ซึ่งมีส่วนหนึ่งเข้ามารับข้าราชการ โดยมีประมาณ 70,000 คนที่ไม่ได้คืนเงิน ทั้งที่เป็นคนที่ทำงานให้กับรัฐแท้ๆ ซึ่งผมดูรายชื่อแล้วมีคนเหล่านี้อยู่ในทุกกระทรวง โดยกระทรวงศึกษาธิการมีข้าราชการไม่คืนเงินมากที่สุด ในขณะที่กระทรวงกลาโหมก็มีหลายพันคน ดังนั้นจึงควรส่งรายชื่อคนเหล่านี้ไปยังทุกกระทรวงว่ามีข้าราชการคนใดบ้างที่กู้ยืมเงินแล้วค้างชำระ ทั้งนี้ตนจะประสานกับ กยศ.เพื่อให้ส่งข้อมูลรายชื่อคนที่กูยืมและยังค้างชำระและรับราชการในกระทรวงต่างๆ ให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ส่งไปกระทรวงต่างๆดำเนินการต่อไป ถ้าทำสำเร็จรัฐบาลอาจจะได้เงินกลับมาใช้หมุนเวียนในกองทุน 6-7 หมื่นล้านบาท”

หรือ “ขอให้กองทุนทำบันทึกชื่อนี้ไว้ หากว่าสักวันหนึ่งเด็กคนนี้สมัครเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่าโกงเงินกู้ยืม กยศ. ก็ตัดสิทธิ ผมพูดคุยที่ มอ.เมื่อวานนี้ บอกว่าอยากเห็นนักศึกษา มอ.คืนเงินกู้ยืม กยศ.ให้มากที่สุด อย่างนี้ก็มีคนเบี้ยวน้อยที่สุด เท่ากับประกาศให้เห็นชัดว่ามหาวิทยาลัยที่มีคนเบี้ยว กยศ.น้อยที่สุดสมควรมาเรียน ขณะที่มหาวิทยาลัยไหนมีคนเบี้ยว กยศ.มากที่สุด เท่ากับเป็นมหาลัยโจร สอนให้เด็กเบี้ยว กยศ. ไม่สมควรส่งลูกหลานไปเรียน” เป็นต้น

ขณะที่นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ก็แสดงความเป็นห่วงว่าโครงการนี้จะมีปัญหาความอยู่รอด เพราะผ่านมาร่วม 20 ปีแล้ว รัฐยังต้องหาเงินสนับสนุนเพื่อผู้กู้รายใหม่เพราะผู้เรียนจบแล้วไม่ยอมทำงานและผู้มีรายได้แล้วไม่ยอมคืนเงินกู้

“ปัญหาเรื่องนี้เกิดเพราะคนจำนวนมากคิดหาช่องทางเอาเปรียบผู้อื่น ไม่มีวินัย และที่สำคัญที่สุดที่การศึกษาไม่ได้สร้างคุณธรรมและสำนึกความรับผิดชอบในใจคนในสังคมจำนวนหนึ่งที่ระดับการศึกษาไม่ได้ยกระดับสำนึกและคุณธรรมแก่เขาและเธอเหล่านั้นเลย”

เราคาดหวังว่าการกระตุ้นจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และวินัยทางการเงิน จะช่วยแก้ไขปัญหาให้นโยบายต่างๆที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือประชาชนไม่ประสบปัญหา ไม่เป็นภาระการคลังของประเทศ แมีความยื่งยืนเพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ