“ฝุ่นจิ๋วพิษ”เสริมฤทธิ์“โควิดฯ”มรณะ

ต่างประเทศ4 พ.ย. 2563 • 05:21 น.
“ฝุ่นจิ๋วพิษ”เสริมฤทธิ์“โควิดฯ”มรณะ
เป็นประจำทุกปี ที่ในห้วงเวลานี้ นานาประเทศภูมิภาคต่างๆ ของโลกเรา ถูกปรากฏการณ์ “ฝุ่นพิษจิ๋ว” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ฝุ่นพีเอ็มสองจุดห้า (PM 2.5)” หวนกลับมาอาละวาดจนสภาพอากาศขมุกขมัว ปกคลุมไปด้วยหมอกควัน อันถือเป็นหนึ่งในมลภาวะทางอากาศ ส่งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษยชาติ หลายพื้นที่ลุกลามบานปลาย จากปรากฏการณ์ กลายเป็นวิกฤตการณ์ไปเลยก็มี เพราะสถานการณ์หนักหนาสาหัส ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลเข้าสู่ฤดูหนาว ในหลายพื้นที่ภูมิภาคโลก ก็เป็นเหตุให้สภาพอากาศแห้งมากขึ้น สวนทางกลับความชื้นที่ลดน้อยถอยลงไป ทำให้เกิดเป็นฝุ่นฟุ้งกระจาย กอปรกัปการปล่อยไอเสียจากผู้ใช้ยวดยานพาหนะที่มีเป็นจำนวนมากในเขตเมือง การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ รวมถึงการเผาไหม้จากกิจกรรมทั้งหลายของมนุษย์ จนกลายเป็นฝุ่นหมอกควัน มลพิษทางอากาศขึ้น โดยหวนกลับมาอาละวาดของฝุ่นหมอกควัน มลพิษทางอากาศข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝุ่นพิษจิ๋ว “พีเอ็มสองจุดห้า” ในปีนี้นั้น สร้างความวิตกกังวลต่อบรรดาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ด้านสุขภาพ สาธารณสุขเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นปีที่โลก เผชิญหน้ากับวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 จนระบบสาธารณสุขทั่วโลก ต้องระส่ำระสายไปตามๆ กัน ด้วยจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อสะสมจำนวนมากกว่า 44 ล้านคน ในจำนวนนี้กลายเป็นผู้ป่วยที่เสียชีวิต เพราะถูกไวรัสโควิดฯ ปลิดชีพมีมากถึงกว่า 1 ล้านราย และสถานการณ์วิกฤติของไวรัสร้ายชนิดนี้ จะไปยุติลงกันเมื่อใด จากการที่ปัจจุบันโควิด - 19 ยังคงเดินหน้าแพร่ระบาด และคร่าชีวิตผู้ป่วยอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้งแต่ประการใด ส่งผลเหล่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ สาธารณสุข หวั่นเกรงว่า ฝุ่นพิษจิ๋วพีเอ็มสองจุดห้า จะซ้ำเติมวิกฤติโรคโควิดฯ ระบาด เลวร้ายหนักขึ้นไปอีก เมื่อบรรดาผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้น ดำเนินการศึกษาวิจัย ก็ได้พบว่า ฝุ่นพิษจิ๋วพีเอ็มสองจุดห้า ตลอดจนปัญหามลภาวะทางอากาศโดยรวม กลับกระหน่ำซ้ำเติมวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ให้มีฤทธิ์เดชยิ่งขึ้นอย่างน่าสุดสะพรึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยด้วยโรคโควิดฯ ดังกล่าว โดยการศึกษาวิจัย ซึ่งดำเนินการโดยคณะผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนี และไซปรัส ปรากฏผลออกมาว่า มีความเชื่อมโยงของผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคโควิดฯ กับมลภาวะทางอากาศว่า ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางคณะผู้วิจัย ระบุด้วยว่า มิใช่ศึกษาแบบลอยๆ แต่ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมไปถึงข้อมูลจากดาวเทียม และลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากสถานที่จริง กระทั่งได้ผลออกมาว่า มลภาวะทางอากาศ ที่มีฝุ่นหมอกควันปกคลุมทั่วบริเวณ ทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิดฯ ในพื้นที่ดังกล่าว เสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ15 เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อช่วงที่ยังไม่มีมลภาวะทางอากาศก่อนหน้า พร้อมกันนี้ ทางผู้วิจัยซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากเยอรมนี และไซปรัส ก็แจกแจงรายละเอียดในแต่ละพื้นที่อีกด้วยว่า “ภูมิภาคเอเชียตะวันออก” ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เผชิญหน้ากับวิกฤติฝุ่นหมอกควันมาเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูหนาวเช่นนี้ ก็มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิดฯ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27 จนนับว่าเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด รองลงมาเป็น “ภูมิภาคยุโรป” ที่กำลังเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ระลอก 2 บ้าง ระลอก 3 บ้าง จนหลายประเทศต้องประกาศบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ เช่น อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี เป็นต้นนั้น ก็ปรากฏว่า ถูกกระหน่ำซ้ำเติมจากมลภาวะทางอากาศ จนทำให้ผู้ป่วยโรคโควิดฯ เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 19 ขณะที่ ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ หรือแองโกลอเมริกา ซึ่งประสบกับวิกฤติโรคระบาดไวรัสโควิดฯ อย่างหนักด้วยเช่นกันนั้น ปรากฏว่า ปัญหาจากมลภาวะทางอากาศได้คร่าชีวิตผู้ป่วยไวรัสมรณะดังกล่าว มีอัตราเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 17 เหล่านักวิเคราะห์ เปิดเผยด้วยว่า เพราะมลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างฝุ่นละอองขนาดเล็กดังกล่าว มีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด นั่นเอง และที่สำคัญ ฝุ่นละอองจิ๋วข้างต้น ก็ส่งผลต่ออวัยวะปอด ซ้ำเติมอาการของผู้ป่วยโรคโควิดฯ ที่อวัยวะปอดของพวกเขา ก็ได้รับความเสียหายหนักจากเชื้อโรคเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ บรรดานักวิเคราะห์ ก็เสนอแนะแนวทางต่อบรรดาทางการประเทศทั้งหลาย เร่งดำเนินหามาตรการสำหรับรับมือกับปัญหามลภาวะทางอากาศอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นปัญหาที่สามารถจัดการได้ก่อน ขณะที่ การแพร่ระบาดของไวรัสมรณะจำต้องรอการมาวัคซีนป้องกันที่ทรงประสิทธิภาพและปลอดภัยแก่ผู้ใช้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาการคิดค้นและพัฒนาอีกหลายเพลาพอสมควร