ศึกช้างชนช้างในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024

ต่างประเทศ2 ธ.ค. 2565 • 23:00 น.
ศึกช้างชนช้างในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024

คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

แม้ว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปี 2024 จะเหลือเวลาอีกกว่าหนึ่งปีครึ่งก็ตาม แต่เรายังไม่ทราบกันเลยว่า ใครคือผู้ที่จะได้รับเลือกให้เข้าไปเป็นตัวแทนของทั้งพรรครีพับลิกัน และพรรคเดโมแครต

ขณะนี้คนทั่วไปต่างก็คิดกันว่า ตัวแทนของพรรครีพับลิกันก็คงจะเป็น “อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” และค่ายพรรคเดโมแครตก็คงจะเป็น “ประธานาธิบดีโจ ไบเดน” นั่นเอง!!!

ทั้งนี้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่วิตกกังวลในเรื่องอายุของสองนักการเมืองวัยเก๋า เพราะหากประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีชัยชนะได้รับเลือกอีกหนึ่งสมัย  ตอนที่เขาก้าวเข้าไปในทำเนียบขาวอีกครั้งก็จะมีอายุปาเข้าไป 82 ปี และหากประธานาธิบดีทรัมป์เป็นฝ่ายได้รับเลือกเขาก็จะมีอายุ 78   ปี

คราวนี้ลองหันมาดูผลการสำรวจจากสำนักหยั่งเสียงของมหาวิทยาลัย “Quinnipiac” ที่วางตัวเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่เปิดเผยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมาว่า คนอเมริกันถึง 57%ไม่เห็นด้วยที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะลงแข่งขันสมัยเลือกตั้งในปี 2024 เนื่องจากคนส่วนใหญ่ต่างก็มีความคิดเห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์มีภาพพจน์ด้านลบมากและเป็นผลเสียทำให้พรรครีพับลิกันดูด้อย ส่วนฝ่ายอิสระกว่า 58% ก็ไม่เห็นด้วยที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะลงแข่งขันอีกสมัยหนึ่งด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้จากผลสำรวจการหยั่งเสียงที่ทำร่วมกันสามสำนักอันได้แก่ สำนักข่าวซีบีเอส สำนักหยั่งเสียงเอ็นพีอาร์ และสำนักหยั่งเสียงเมริส เมื่อสามเดือนก่อนนี้ระบุเอาไว้ว่า  คนอเมริกันถึง 60% ไม่ต้องการให้ประธานาธิบดีทรัมป์เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี ค.ศ.2024  สืบเนื่องจากสองปัจจัยใหญ่ๆนั่นก็คือ มีความเชื่อกันว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังการก่อการจลาจล เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 เพื่อหวังจะพลิกโผการเลือกตั้ง!!!

ในกรณีนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนฯสืบสวนสอบสวนเพื่อสรุปข้อเท็จจริงโดยเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2021 และคงจะแล้วเสร็จสิ้นปีนี้

อนึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายนหลังจากอดีตที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดีทรัมป์ “เคลลีแอนน์ คอนเวย์” สมัครใจเข้าให้การต่อถึงเบื้องหลังการก่อการจลาจลเมื่อ 6 มกราคม 2021 โดยเธอได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า แผนการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการพลิกโผการเลือกตั้งและไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งคงมาจากประธานาธิบดีทรัมป์คล้อยตามคำแนะนำจากกลุ่มผู้ใกล้ชิดทั้งๆที่จาเร็ด คุชเนอร์บุตรเขยและที่ปรึกษาประจำทำเนียบขาวของประธานาธิบดีทรัมป์และอิวานกา คุชเนอร์ลูกสาวคนโปรดของประธานาธิบดีทรัมป์ต่างไม่เห็นด้วยกับแผนดังกล่าวและยังได้ถอยห่างจากวงจรการเมืองของประธานาธิบดีทรัมป์นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้รับเลือกตั้ง

ส่วนประเด็นที่สองมาจากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์แอบเอาเอกสารมากกว่า 10,000 ชิ้นนำไปเก็บซุกไว้ในบ้านพักของตนเองที่ รัฐฟลอริดา โดยเรื่องนี้กำลังอยู่ในเงื้อมมือแจ๊ก สมิธ อัยการพิเศษผู้เชี่ยวชาญที่ช่ำชองในการสืบสวนที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้โดย เมอร์ริค การ์แลนด์ อัยการสูงสุดรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อให้ดูแลการสืบสวนทั้งกรณีเอกสารลับที่ประธานาธิบดีทรัมป์เอาไปเก็บไว้ที่บ้านพักและสืบสวนคู่ขนานกับการก่อการจลาจลเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าการเลือกตั้งกลางเทอมที่ผ่านไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2022 มิได้เป็นไปตามความคาดหมายและตั้งใจของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เขาวาดวิมานเอาไว้ว่า ในสภาผู้แทนฯพรรครีพับลิกันจะได้ที่นั่งเกินกว่า 40   ที่นั่ง แต่กลับตาลปัตรผิดหวังซดน้ำแห้วแก้วใหญ่ เพราะพรรครีพับลิกันได้เสียงข้างมากกว่าพรรคเดโมแครตถึงวันที่ 28 พฤศจิกายนเพียง 7 ที่นั่งแค่นั้นเอง แถมการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้คัดเลือกวุฒิสมาชิกของพรรครีพับลิกันลงแข่งขันจะชนะได้คุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา แต่กลับปรากฎอีกเช่นเดียวกันว่าไปไม่ถึงฝั่งฝัน เนื่องจากพรรคเดโมแครตยังคงดวงแข็งสามารถนั่งครองเสียงข้างมากได้เหมือนเดิม!!!

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นในวันที่ 6  ธันวาคม 2022  ณ รัฐจอร์เจีย นั้น สืบเนื่องจากคู่แข่งขันทั้งสองฝ่ายต่างก็มีคะแนนเสียงไม่ถึง 50% ดังนั้นการแข่งขันเลือกตั้งใหม่ครั้งที่สองระหว่าง “วุฒิสมาชิกราเฟล วอร์น็อค” สังกัดพรรคเดโมแครต กับ “อดีตดาราอเมริกันฟุตบอลเฮอร์เชล วอล์กเกอร์” สังกัดพรรครีพับลิกันที่ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้เลือกสรร ซึ่งนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลผู้นี้มีบาดแผลการเมืองใหญ่เหวอะหวะมีโอกาสที่จะแพ้ค่อนข้างสูง และอาจจะมีผลทำให้พรรคเดโมแครตได้เปรียบรับที่นั่งเพิ่มขึ้นเป็น 51 ต่อ 49 ก็เป็นไปได้

ส่วนการประกาศลงแข่งขันของประธานาธิบดีทรัมป์ในสมัยที่สามเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้าที่ผ่านมานักการเมืองหลายๆคนที่เคยเกรงกลัวบารมีคอยจะหลบฉากหนีหน้าประธานาธิบดีทรัมป์อยู่เนืองๆ แต่ขณะนี้กลับเดินผงาดเรียงแถวเข้าท้าชิงโดยเฉพาะ“ผู้ว่าฯรอน ดิซอนทัส” แห่งรัฐฟลอริดา ที่ได้รับชัยชนะในสมัยที่สองอย่างล้นหลาม และขณะนี้กำลังขยับตัวหาเสียง เริ่มจากรัฐโอไฮโอในวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคมนี้  และเป็นที่ทราบกันดีว่า การแข่งขันเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯรัฐฟลอริดา มักจะเป็นรัฐชี้ขาดแทบทุกครั้ง!!!

ทั้งหมดนี้เป็นผลทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกตำหนิติเตียนจากนักการเมืองในพรรครีพับลิกันเพราะ เขาเป็นผู้เดินเกมวางกลยุทธ์ของพรรคและทำให้พรรคต้องผิดหวัง ที่ถือว่าขณะนี้เขาดวงตกราหูกำลังอมก็ไม่ผิดเท่าใดนัก

คราวนี้ลองหันมาวิเคราะห์ถึงสถานะทางการเมืองของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กันดูบ้าง

สำหรับการหยั่งเสียงของมหาวิทยาลัย“Quinnipiac” ครั้งล่าสุดนี้ปรากฎออกมาว่าสมาชิกของพรรคเดโมแครตถึง 88% ไม่เห็นด้วยที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะลงแข่งขันเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง

อีกทั้งคนอเมริกันถึง 67% ก็ไม่ต้องการให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนลงแข่งขันเลือกตั้งในปี 2024 ด้วยเช่นกัน

อนึ่งจากการสำรวจของสำนักหยั่งเสียงของ Harvard CAPS/Harris เปิดเผยว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่เบื่อหน่ายไม่ต้องการให้ทั้ง ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และประธานาธิบดีทรัมป์ ลงแข่งขันเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯอีกต่อไป

แต่ในทางกลับกันดูเหมือนว่าหลังเลือกตั้งกลางเทอมบรรดานักการเมืองแกนนำของพรรคเดโมแครตต่างออกมาแสดงความชื่นชมต่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่สามารถรักษาเสียงข้างมากของวุฒิสภาเอาไว้ได้ แถมตามติดมาด้วยภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆและสงครามยูเครนฝ่ายรัสเซียเป็นตั้งรับอีกด้วย

ทำให้สัปดาห์นี้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้ออกมากล่าวถ้อยแถลงว่า เขาจะออกมาแจ้งถึงการตัดสินใจว่าจะลงแข่งขันเลือกตั้งอีกหรือไม่ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

ส่วนขณะนี้คะแนนนิยมของประธานาธิบดีวัยเก๋าทั้งสองต่างกันแค่เพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์กว่าๆ ดังจะเห็นได้จากโพลของ FiveThirtyEight ที่มีความแม่นยำสูงเปิดเผยครั้งล่าสุดนี้ว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโจ ไบเดน อยู่ที่ 41.4% และคะแนนนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ที่ 40.2%

คราวนี้หันมาฟังความคิดเห็นของนักวิชาการที่มีความแม่นยำในการทำนายผลของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา อาทิเช่น การทำนายอย่างแม่นยำทุกครั้งของ “ศาสตราจารย์ อลัน ลิชต์แมน” ที่จบจากฮาร์วาร์ดและได้ประจำอยู่ ณ มหาวิทยาลัยอเมริกันที่ทำนายว่า โดนัลด์ ทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งและได้รับคะแนนเสียงเหนือคู่แข่ง”ฮิลลารี คลินตัน”ที่เขาทำนายสวนทางกับสำนักโพลต่างๆที่ได้สร้างความตกตะลึงกับทุกๆฝ่าย ทำให้ดร.ลิชต์แมน ได้รับการขอบคุณจากโดนัลด์ ทรัมป์พร้อมด้วยลายเซ็น โดยเขียนว่า “Professor—Congrats—good call”

สำหรับในแง่ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ขณะนี้ดร.ลิชต์แมนออกมาบ่งชี้ว่า อายุน่าจะเป็นอุปสรรค และเขายังกล่าวต่อไปอีก หากประธานาธิบดีโจ ไบเดนไม่ลงแข่งขันก็คงยากที่พรรคเดโมแครตจะได้รับชัยชนะ

ดร.ลิชต์แมนยังให้ทรรศนะต่อไปว่า การเลือกตั้งปี 2024 พรรครีพับลิกันคงจะมีปัญหาอันแสนหนักหน่วง เพราะคงไม่มีนักการเมืองคนใดที่มีบารมีฉายแสงเหมือนดั่งอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เลยสักคน

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นดูเหมือนว่าใครจะเข้าไปเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตกำลังอยู่ที่การตัดสินใจของประธานาธิบดีโจ ไบเดนที่เขากำลังชั่งใจอยู่ ส่วนตัวแทนของพรรครีพับลิกันนั้นโอกาสที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นตัวแทนก็ยังคงมีอยู่ ส่วนเรื่องที่เขากำลังจะถูกฟ้องร้องทั้งในศาลแพ่งและศาลอาญา มองๆไปแล้วก็คงจะสบายๆสไตล์ทรัมป์ เนื่องจากเขามีความเชี่ยวชาญและช่ำชองทางด้านคดีความที่ยังไม่มีใครสามารถลบสถิติต่อสู้คดีมาแล้วกว่าสี่พันคดีอย่างกับเขาได้ละครับ