ยุทธจักรชิงจ้าวอวกาศ

ต่างประเทศ25 ส.ค. 2562 • 23:00 น.
ยุทธจักรชิงจ้าวอวกาศ
ดีเดย์ได้ฤกษ์จ่อเปิดเป็นทางการแล้ว สำหรับ “กองบัญชาการอวกาศ” ของรัฐบาลวอชิงตัน ทางการสหรัฐอเมริกา โดยตามการเปิดเผยของ “ไมค์ เพนซ์” รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ที่ออกมาระบุอย่างชัดถ้อย ชัดคำ ต่อ “สภาอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ” หรือ “เอ็นเอสซี (NSC : National Space Council) เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ในวันพฤหัสบดีนี้ คือ วันที่ 29 ส.ค. ก็จะมีการเปิด “กองบัญชาการอวกาศ (Space Command)” อย่างเป็นทางการ
ภาพตกแต่งรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐฯ ที่เปิดเผยเรื่องการสถาปนากองบัญชการอวกาศกับสภาอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ
ภาพตกแต่งรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ แห่งสหรัฐฯ ที่เปิดเผยเรื่องการสถาปนากองบัญชการอวกาศกับสภาอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ
ทั้งนี้ หน่วยงานข้างต้น ก็จะเป็น “กองบัญชาการ” ของ “กองทัพอวกาศ (Space Force)” อันเป็น “กองทัพที่ 6” ของสหรัฐฯ ตาม “คำสั่ง” ที่ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ” ลงนามในเอกสารที่มีชื่อว่า “คำสั่งนโยบายอวกาศ (Space Policy Directive)” เมื่อช่วงกลางเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว สำหรับ การปูทางที่จะนำไปสู่การสถาปนากองทัพใหม่ หรือกองทัพที่ 6 ดังกล่าว ซึ่งจะมีสถานภาพเทียบเท่ากับกับกองทัพทั้ง 5 ของสหรัฐฯ ได้แก่ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองทัพนาวิกโยธิน และกองทัพรักษาการณ์ชายฝั่ง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โชว์คำสั่งนโยบายอวกาศ ที่เขาเพิ่งเสร็จสิ้นการลงนาม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โชว์คำสั่งนโยบายอวกาศ ที่เขาเพิ่งเสร็จสิ้นการลงนาม
อย่างไรก็ดี ถ้าจะพูดถึง “กองทัพอวกาศ” ที่ว่านี้ ก็ใช่ว่า จะเป็นกองทัพที่ใหม่แบบถอดด้ามเสียเลยทีเดียวก็หาไม่ เพราะเมื่อก่อนหน้าในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังประชันด้านอวกาศอย่างเข้มข้นกับอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย รัฐบาลวอชิงตัน ก็ได้สถาปนากองทัพอวกาศกันมาครั้งหนึ่งแล้ว ก่อนถูกยุบไปรวมกับ “กองบัญชาการด้านยุทธศาสตร์” เมื่อปี 2545 (ค.ศ. 2002) และเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพอากาศ มานับตั้งแต่บัดนั้น
ตราสัญลักษณ์ของกองบัญชาการอวกาศ สหรัฐฯ
ตราสัญลักษณ์ของกองบัญชาการอวกาศ สหรัฐฯ
แม้ว่า “กองทัพอวกาศ” ถูกสถาปนาขึ้นมาเป็นกองทัพอีกต่างหาก แต่ทว่า การดำเนินงาน ปฏิบัติการต่างๆ ก็ยังเข้าร่วมกับกองทัพอากาศ เหมือนกับ “กองทัพนาวิกโยธิน” ที่ถูกสถาปนาแยกออกมาจาก “กองทัพเรือ” แต่ก็ยังคงปฏิบัติการภารกิจต่างๆ เกี่ยวเนื่องกับกองทัพเรืออยู่ เบื้องต้นก็ยังคงใช้กองบัญชาการเดิมที่เคยเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพอากาศ นั่นคือ บริเวณ “ฐานทัพอากาศปีเตอร์สัน” ในเมืองโคโลราโดสปริงส์ รัฐโคโลราโด โดยถือเป็น “กองบัญชาการในลำดับที่ 11” ต่อจาก “กองบัญชาการไซเบอร์ (Cyber Command)” ที่ได้รับการสถาปนาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เหตุปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลวอชิงตัน สถาปนากองทัพอวกาศ ก็เพราะเล็งเห็นว่า นับตั้งแต่นี้ต่อไป “อวกาศ” ก็จะเป็นอีกสังเวียนหนึ่ง ที่บรรดาชาติมหาอำนาจน้อย ใหญ่ เก่า ใหม่ ทั้งหลาย ใช้เป็นสมรภูมิประชันขันแข่งแสนยานุภาพในด้านนี้ระหว่างกัน นอกเหนือจาก แสนยานุภาพของกองทัพอื่นๆ แล้ว นอกจากนี้ สหรัฐฯ ก็ยังจะถือโอกาสการก่อตั้งบัญชาการข้างต้น เป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบด้านเทคโนโลยีทางทหารสำหรับกิจการด้านอวกาศของสหรัฐฯ แบบยกเครื่องใหม่หมด อันจะส่งผลให้สหรัฐฯ คงความเป็นมหาอำนาจโลกได้ต่อไป
ความสำเร็จด้านอวกาศของสหรัฐฯ เมื่อครั้งอดีต
ความสำเร็จด้านอวกาศของสหรัฐฯ เมื่อครั้งอดีต
อย่างไรก็ดี ก็หาได้มีแต่สหรัฐฯ เท่านั้น ที่เดินหน้าในนโยบายด้านอวกาศนี้แต่เพียงลำพังผู้เดียวไม่ ทว่า ยังมีมหาอำนาจพร้อมทะยานขึ้นมาท้าทายแสนยานุภาพบนอวกาศกับสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น “รัสเซีย” ซึ่งเคยเกรียงไกรในเรื่องอวกาศ ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังเป็น “สหภาพโซเวียตรัสเซีย” และถ้าจะว่ากันไปแล้ว “สหภาพโซเวียตรัสเซีย” ตะลุยอวกาศได้ก่อนสหรัฐฯ ด้วยซ้ำ อย่างวีรกรรมของตระกูลยานสปุตนิก เวอร์ชันต่างๆ รวมไปถึงการสร้างสถานีอวกาศมีร์ อันลือลั่น จนส่งผลให้สหรัฐฯ มิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้ ต้องระดมยานตระกูลอพอลโลทั้งหลายออกมาสู้ ก่อนโรยราลงไปตามสภาพการเมือง และเศรษฐกิจ ที่ถึงขนาดสหภาพโซเวียตฯ ของพวกเขา ล่มสลายกลายเป็นรัสเซียใหม่ หรือชื่อเป็นทางการ “สาธารณรัฐรัสเซีย”
ยานสปุตนิก1 ของอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย
ยานสปุตนิก1 ของอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย
ล่าสุด “พญาหมี - รัสเซีย” ภายใต้การนำของ “ประธานาธิบดีวลาดิเมีย ปูติน” ก็ได้พยายามทวงบัลลังก์มหาอำนาจด้านอวกาศให้กลับคืนมาอีกคำรบ ด้วยการสั่งการให้คณะนักวิทยาศาสตร์ด้านการทหารของพวกเขา คิดค้นพัฒนาขีปนาวุธที่มีศักยภาพโจมตีเป้าหมายแม้อยู่ไกลถึงในห้วงอวกาศ รวมถึงการคิดค้นพัฒนาด้านหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ในรูปแบบหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ พร้อมศักยภาพที่มีความสามารถด้านการเรียนรู้พฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์เรา รวมถึง “นักบินอวกาศ” ที่ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนห้วงอวกาศได้ด้วย ยกตัวอย่าง การส่ง “ฟีดอร์” หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ หรือฮิวแมนนอยด์ ขึ้นไป “สถานีอวกาศนานาชาติ” หรือ “ไอเอสเอส”
หุ่นยนต์ฟีดอร์ ของรัสเซีย ซึ่งมีศักยภาพเรียนรู้พฤติกรรมของมนุษย์
หุ่นยนต์ฟีดอร์ ของรัสเซีย ซึ่งมีศักยภาพเรียนรู้พฤติกรรมของมนุษย์
โดยหุ่นยนต์ฟีดอร์ ถูกส่งขึ้นไปจาก “ศูนย์ปล่อยยานอวกาศไบโคนูร์” ของรัสเซีย ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศคาซัคสถาน ถูก “ยานอวกาศไร้คนขับ” หรือ “โดรนยานอวกาศ” ในตระกูล “โซยุซ” ส่งขึ้นไปยัง “สถานีอวกาศนานาชาติ” ซึ่งหุ่นยนต์ฟีดอร์ จะขึ้นไปเรียนรู้ต่างๆ ของมนุษย์เรา รวมถึงนักบินอวกาศที่ว่า ในสภาพบรรยากาศไร้แรงโน้มถ่วงบนไอเอสเอส และจะกลับลงมายังโลกในวันที่ 7 ก.ย. เดือนหน้านี้
สถานีอวกาศมีร์ของรัสเซีย
สถานีอวกาศมีร์ของรัสเซีย
ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มิใช่แต่เฉพาะหุ่นยนต์ฟีดอร์ที่ได้รับการจับตา แม้แต่ยานอวกาศโซยุซที่เป็นพาหนะส่งหุ่นยนต์ตัวนี้ขึ้นไปบนสถานีไอเอสเอส ก็ได้รับการจับจ้องมาเช่นกันว่า นี่! คือ พัฒนาการด้านอวกาศไปอีกขั้นของรัสเซีย ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโดรนยานอวกาศ ที่ไม่ต้องใช้คนขับ ซึ่งแต่เดิมแต่ไหนแต่ไร ยานโซยุซของรัสเซีย ก็ใช้คนขับควบคุมบังคับไป แต่ครั้งนี้หาใช่ไม่ เช่นเดียวกับ “จีนแผ่นดินใหญ่” ก็ปรากฏว่า มีนโยบายที่จะกลายเป็น “มังกรผงาดอวกาศ” คือ มิใช่เพียง “มังกรผงาดฟ้า” ธรรมดาๆ ด้วยการลุยโครงการด้านอวกาศสารพัด โดยที่นับว่าโด่งดัง ก็ได้แก่ โครงการยานอวกาศ “ฉางเอ๋อ4” ที่ประสบความสำเร็จในการร่อนลงจอดบริเวณพื้นที่ในส่วนที่มืดของดวงจันทร์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของมนุษยชาติที่สามารถลงไปจอด ณ จุดนั้นได้
“ฉางเอ๋อ 4” ยานสำรวจดวงจันทร์ของจีนแผ่นดินใหญ่
“ฉางเอ๋อ 4” ยานสำรวจดวงจันทร์ของจีนแผ่นดินใหญ่
พลันที่สร้างประวัติศาสตร์ด้านอวกาศสำเร็จครั้งใหญ่ รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็ประกาศทันทีว่า พญามังกรขอจองเป็นมหาอำนาจโลกด้านอวกาศให้ได้ภายในปี 2588 (ค.ศ.2045) หรืออีก 26 ปีข้างหน้า โดยในระหว่างนี้จีนแผ่นดินใหญ่ ก็ได้พัฒนาจรวดตระกูล “ลองมาร์ช” ให้เป็น “จรวดอวกาศ” ให้มีศักยภาพยิงจากเรือกลางทะเล ขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศได้ นอกจากนี้ ก็ยังมี “อินเดีย” อีกหนึ่งชาติมหาอำนาจหน้าใหม่ ก็ขอร่วมใจในศึกชิงชัยบนเวทีอวกาศนี้ด้วย โดยล่าสุด “องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย” หรือ “ไอเอสอาร์โอ” ได้ส่ง ยานอวกาศ “จันทรายาน2” ขึ้นไปยังดวงจันทร์ เมื่อช่วงกลางปีที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ยาน “จันทรายาน2” ของอินเดีย
ยาน “จันทรายาน2” ของอินเดีย
ประชันสัประยุทธ์กันอย่างดุเดือดกันเยี่ยงนั้น ก็ส่งผลให้อวกาศที่บรรยากาศเย็นยะเยือก ต้องร้อนระอุทะลุปรอทแตกขึ้นมาโดยฉับพลัน ชนิดทวีดีกรีเดือดไม่แพ้สังเวียนแข่งขันด้านต่างๆ บนผืนพิภพของโลกใบนี้