“ขุนคลังมะกัน” รับ “คิดผิด” ทิศทาง “เงินเฟ้อ” จนส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจประเทศ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ออกมายอมรับว่า ตนเองคิดผิดในเรื่องทิศทางเงินเฟ้อ จนก่อให้เกิดสถานการณ์เหนือความคาดหมายและรุนแรงหลายอย่าง ที่ส่งผลทำให้ราคาสินค้าอาหารและพลังงานปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนยังทำให้เกิดภาวะอุปาทาน หรือการจัดหาสินค้า ต้องติดขัดด้วย ก่อนส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
โดยนางเยลเลน ระบุด้วยว่า เพราะในเวลานั้นตนยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ จากเหตุปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหลายประการ ได้แก่ วิกฤติสงครามยูเครน การที่จีนดำเนินมาตรการปิดพื้นที่ หรือล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ดี ในเวลานี้ สถานการณ์ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลง แต่ราคาสินค้าพลังงานยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอยู่
พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ยังเปิดเผยอีกว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกเกี่ยวกับการจัดการแก้ไขปัญหาภาวะเงินเฟ้อ การควบคุมราคาสินค้าที่สูงขึ้นในเวลานี้ โดยผู้นำสหรัฐฯ ให้ความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่ง และสนับสนุนความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ในการดำเนินมาตรการต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อลดภาวะเงินเฟ้อ