การเลือกประธานสภาผู้แทนสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับทางตันหรือไม่?

ต่างประเทศ20 ต.ค. 2566 • 23:25 น.
การเลือกประธานสภาผู้แทนสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับทางตันหรือไม่?

คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ ของสหรัฐอเมริกานับว่าทรงอิทธิพลและอยู่สูงเป็นอันดับสามรองลงมาจากตำแหน่งประธานาธิบดี และ ตำแหน่งรองประธานาธิบดี

แต่น่าแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่งเพราะเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม2023 ที่เพิ่งผ่านมาไม่นานนี้ “ประธานสภาฯเควิน แมคคาร์ธี” ที่อยู่ในตำแหน่งเพียง 9 เดือน ซึ่งถือเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐฯที่ต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งกลางอากาศ สืบเนื่องมาจากหลายๆประการด้วยกัน!!!

ประการแรก:พรรคเดโมแครตตระหนักดีว่า การที่เควิน แมคคาร์ธี เข้าไปดำรงตำแหน่งประธานสภาฯนั้น เขาเข้าไปเป็นกระบอกเสียงให้กับ “อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”อย่างเต็มตัว เห็นได้จากตัวอย่างเมื่อครั้งที่เกิดการจลาจลหน้าอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 แมคคาร์ธีได้ออกมากล่าวประณามการกระทำของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในสภาผู้แทนฯ (ซีเอ็นเอ็น 14 มกราคม 2021)

แต่สองสัปดาห์ต่อมาเขาได้สร้างความแปลกใจกับทุกฝ่ายที่เขาได้เดินทางไปที่คฤหาสถ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่รัฐฟลอริด้าและยังถ่ายภาพคู่กับประธานาธิบดีทรัมป์อีกด้วย (จาก ข่าว NBC’s Today ของวันที่ 28 มกราคม 2021)

ประการที่สอง: ประธานสภาฯแมคคาร์ธี ได้พยายามขัดขวางอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูเกี่ยวกับกระบวนการสอบสวนเหตุการณ์ก่อการจลาจลหน้าอาคารรัฐสภาสหรัฐฯที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีมวลชนร่วมหนึ่งแสนคนจากทั่วประเทศและมวลชนสองพันกว่าคนบุกเข้ายึดรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 โดยหลายฝ่ายปักใจว่าอดีตประธานาธิบดีทรัมป์อยู่เบื้องหลังปลุกระดมเพื่อล้มรัฐบาลของโจ ไบเดนที่เพิ่งได้รับเลือกตั้ง

ประการที่สาม: ประธานสภาฯแมคคาร์ธีได้กำกับดูแลสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเปิดการไต่สวนเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัวของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อต้องการจะปลด “ประธานาธิบดีโจ ไบเดน”ออกจากตำแหน่ง โดยพยายามกล่าวหาว่าประธานาธิบดีไบเดนเข้าไปมีส่วนพัวพันกับธุรกิจของลูกชายที่ได้รับเงินหลายล้านดอลลาร์จากการดำเนินธุรกิจแบบผิดกฎหมายในต่างประเทศ แต่หลังจากที่พรรครีพับลิกันพยายามตรวจสอบคุ้ย แคะ แกะ เกา ยาวนานกว่าเก้าเดือนปรากฏว่าหาหลักฐานที่จะใช้เป็นข้อกล่าวหาไม่พบ!!! (จากสำนักข่าวเอพีของวันที่ 12 กันยายน 2023)

และประการสุดท้าย:ประธานสภาฯแมคคาร์ธีพยายามที่จะกล่าวโจมตีตำหนิว่า พรรคเดโมแครตขาดทักษะด้านการคลังจนเกือบจะทำให้รัฐบาลต้องปิดทำการ (Shutdown)

เมื่อรูปการณ์ออกมาเยี่ยงนี้ท้ายที่สุดสมาชิกพรรคเดโมแครตทุกๆคนเล็งเห็นว่าเควิน แม็คคาร์ธี เป็นนักฉวยโอกาส ทำให้พวกเขาอดรนทนมิไหวต้องออกมาลงคะแนนร่วมกับสมาชิกกลุ่มขวาจัดตกขอบของพรรครีพับลิกัน 8 คน (Freedom Caucus) ที่มี “ส.ส.แม็ตต์ กาซส์”เป็นแกนนำกลุ่มอนุรักษ์นิยมนี้ โดยส.ส.กาซส์ผู้นี้ก็มีแผนที่จะลงแข่งขันตำแหน่งผู้ว่าการรัฐฟลอริด้า อีกด้วย

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ประธานสภาฯแมคคาร์ธีถูกปลดออกจากตำแหน่งไปแล้วไม่กี่วัน ปรากฏว่ามี“ส.ส.สตีฟ สกาลิส” ที่เคยดำรงอยู่ในตำแหน่งรองประธานสภาฯในทีมงานของแมคคาร์ธี และ “ส.ส.จิม จอร์แดน”ประธานคณะกรรมาธิการตุลาการสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรครีพับลิกันด้วยกันทั้งคู่ออกมาลงแข่งขัน เพื่อช่วงชิงตำแหน่งประธานสภาฯ ผลปรากฏออกมาว่า ส.ส.สตีฟ สกาลิส สามารถเอาชนะไปด้วยคะแนน 113 ต่อ 99 เสียง แต่หนึ่งวันต่อมาเมื่อส.ส.สตีฟ สกาลิส เล็งเห็นว่าคงจะไปไม่ถึงดวงดาวเหมือนกับเควิน แมคคาร์ธี  เนื่องจากกลุ่มอนุรักษนิยมขวาตกของพรรครีพับลิกันก็ไม่ปลื้มเขาเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจสละสิทธิ์ประกาศลาออก!

ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2023  “ส.ส.จิม จอร์แดน” จากรัฐโอไฮโอ ก็ได้รับการเสนอชื่อจากพรรครีพับลิกันให้เป็นตัวแทนของพรรคในตำแหน่งประธานสภาฯ  โดยรอบแรกเขาได้รับคะแนนรับรอง 124 ต่อ 81 และในรอบที่สองได้รับการรับรองด้วยคะแนน 152 ต่อ 55

แถมวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านมานี้ ส.ส.จิม จอร์แดน พยายามล็อบบี้หาเสียงสนับสนุนจากเพื่อนๆสมาชิกพรรคเดียวกันมากมายเพียงใดก็ตาม แต่กลับถูกต่อต้านทำนองเดียวกันกับที่ ส.ส.สตีฟ สกาลิส เคยประสบมาก่อนหน้านี้ ความสับสนวุ่นวายจึงบังเกิดขึ้น ทั้งๆที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้ออกมาประกาศสนับสนุนอย่างแข็งขันด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ตามแม้ว่าพรรครีพับลิกันจะมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็มีมากกว่าพรรคเดโมแครตแค่เพียง 9 เสียง นั่นก็คือ 221 ต่อ 212 เสียง

ฉะนั้นหากนักการเมืองของพรรครีพับลิกันคนใดก็ตามจะได้รับเลือกในตำแหน่งประธานสภาฯจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรครีพับลิกันเกือบจะเป็นเอกฉันท์คือ จะต้องได้รับ 217 เสียงขึ้นไปจากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนฯทั้งสองพรรคจำนวน 435 ที่นั่ง!!!

แต่ดูเหมือนว่าถึงวันจันทร์ที่ 16 ตุลาคมนี้ ส.ส.จิม จอร์แดน ก็ยังไม่สามารถลบความสงสัยล้างความคลางแคลงใจจากนักการเมืองสายกลางได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส.ส.จิม จอร์แดน ผู้นี้ที่ผ่านมาก็มีพฤติกรรมเป็นนักการเมืองที่ขาดการประนีประนอม วางตัวเป็นนักเลงชอบขู่เข็ญ ถูกตราหน้าว่าเป็นนักการเมืองขั้วอนุรักษ์หัวรุนแรง แถมเขายังเป็นลิ่วล้อคนสำคัญของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์อีกด้วย

ทั้งนี้ที่ผ่านมาส.ส.จิม จอร์แดน ยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์นิยมขวาจัด โดยกลุ่มนี้ล้วนแล้วแต่เป็นนักการเมืองที่มีอิทธิพลสูงและเมื่อใดก็ตามที่นักการเมืองกลุ่มนี้ผลักดันนโยบายต่างๆในพรรคส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นผลสำเร็จแทบทุกๆครั้ง จึงมีผลทำให้นักการเมืองในพรรครีพับลิกันแทบทุกคนต่างเกรงใจและหวาดกลัว

ทำให้ขณะนี้มีคำถามมากมายที่ต้องการจะได้รับคำตอบในทำนองที่ว่า แล้วใครจะกลายเป็นม้ามืดได้รับเลือกให้เข้าไปดำรงตำแหน่งประธานสภาฯคนต่อไป และขณะนี้ก็ได้มีข่าวสะพัดในแวดวงการเมืองของพรรครีพับลิกันค่อนข้างหนาหูว่า

“ส.ส.ไมค์ จอห์นสัน” บอกมากระจายข่าวกับบรรดาเพื่อนๆสมาชิกในพรรคว่า หากส.ส.จิม จอร์แดน ถอนตัวเขาก็จะสมัครเข้าไปรับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ และในขณะที่พรรครีพับลิกันกำลังปวดหัวเผชิญกับทางตันอยู่นั้น กลับมีข่าวใหญ่ปรากฏออกมาอีกว่า สหรัฐฯจำต้องแก้ไขปัญหาเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะให้เสร็จสิ้นก่อนในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2023 นี้ ซึ่งถือเป็นวันขีดเส้นตาย

นอกจากนั้นแล้วสหรัฐฯยังต้องเผชิญกับการเพิ่มงบประมาณในการช่วยเหลือยูเครน แถมยังต้องเจอกับปัญหาสงครามของกลุ่มฮามาสกับอิสราเอล ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาคู่ขนานไปกับการเลือกเฟ้นหาประธานสภาผู้แทนฯคนใหม่อีกด้วย

และเมื่อวันอังคารที่ 17 ตุลาคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 432 ได้ร่วมประชุมเพื่อโหวตรับรองจิม จอร์แดนให้เป็นประธานสภาฯคนใหม่ ผลปรากฏว่าเขาได้รับเสียงเพียง 200 คะแนน แต่ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยของพรรคเดโมแครตได้รับเสียง 212 เสียง และสมาชิกพรรครีพับลิกัน 20 คนมิได้ออกเสียงให้กับจิม จอร์แดนจึงเป็นผลให้เขาแพ้หลุดลุ่ยในตำแหน่งประธานสภาฯในการเลือกตั้งรอบแรก

ทั้งนี้เมื่อวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่สมาชิกพรรครีพับลิกันไม่ลงคะแนนสนับสนุน ส.ส.จิม จอร์แดนในรอบแรกนี้มาจากปัจจัยหลักสามประการด้วยกัน ประการแรก จิม จอร์แดน ขาดความเป็นอิสระในตัวเองที่ได้กลายเป็นลิ่วล้อให้กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาทิจิม จอร์แดนไม่ยอมรับผลชัยชนะของโจ ไบเดนในตำแหน่งประธานาธิบดีและยังเกี่ยวโยงกับแผนหาทางปลดประธานาธิบดีโจ ไบเดนออกจากตำแหน่งแถมสมาชิกของพรรครีพับลิกันหลายคนหันไปโหวตให้อดีตประธานสภาฯแมคคาร์ธีและให้กับสตีฟ สกาลิส

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นยังไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้เลยว่า จะมีเหตุการณ์แปลกๆใหม่ๆอะไรเกิดขึ้นเป็นอันดับต่อๆไป แต่ที่ผ่านมากว่าอดีตประธานสภาฯ เควิน แมคคาร์ธี จะเข้าไปรับตำแหน่งเขายังต้องผ่านการลงคะแนนรับรองถึง 15 รอบ จนอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเข้าไปทั้งขู่ทั้งปลอบล็อบบี้ฝ่ายที่ต่อต้านด้วยตัวเอง และขณะนี้ดูเหมือนว่าการเลือกตั้งประธานสภาฯคนใหม่กำลังเข้าสู่โหมดทางตันหาทางออกไม่เจอ ซึ่งย่อมจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นอย่างมาก เพราะร่างกฎหมายสำคัญๆต่างไม่สามารถผ่านสภาได้ ส่วนขณะนี้นักการเมืองของพรรคเดโมแครตก็ไม่มีโอกาสและไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับเลือกในตำแหน่งประธานสภาฯ เพราะเป็นพรรคที่มีเสียงข้างน้อยมีคะแนนเสียงเพียงแค่ 212 เสียงเท่านั้น ทั้งนี้การโหวตรอบที่สองในวันพุธที่ 18 ตุลาคม ก็ย่อมเกิดความไม่แน่นอนกับเส้นทางของส.ส.จิม จอร์แดนสู่ตำแหน่งสูงสุดอันดับ 3 ของรัฐบาลสหรัฐฯมีทางเป็นไปได้และหากประสบผลสำเร็จก็ย่อมจะทำให้กลุ่มขวาจัดยึดครองสภาผู้แทนราษฎรในที่สุดละครับ