“พญาหมี” รุกปักธง “เอเชียใต้”

ต่างประเทศ10 ก.ค. 2563 • 14:10 น.
“พญาหมี” รุกปักธง “เอเชียใต้”
ช่วงนี้ ต้องบอกว่า ได้ยิน ได้เห็น ข่าว “พญาหมี” นิกเนมของ “รัสเซีย” จาก “อุดรทิศ” ลงมาเยี่ยมเยียนภูมิภาคเอเชียใต้อยู่เป็นระยะๆ เริ่มจากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทางประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย หารือกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมทิ ผู้นำอินเดีย เรื่องการพิจารณาซื้อขาย “เอส-40 ตรีอุมฟ์ (S-400 Triumf)” ระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานอันเลื่องชื่อของรัสเซีย ที่ทางการภารตะ มีแผนการที่จะนำมาติดตั้งในทางยุทธศาสตร์การทหาร นอกเหนือจากการใช้บรรดาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ของทาง “สหรัฐฯ” ติดตั้งประจำการแล้ว ก็ต้องถือว่า เป็นความพยายามที่จะปักธงของรัสเซียครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียใต้ ด้วยการลงหลักปักฐานที่อินเดีย ซึ่ง “อินเดีย” ก็นับเป็นชาติพี่เบิ้มในภูมิภาคแห่งนี้ นอกเหนือจาก “อินเดีย” ถิ่นภารตะแล้ว พญาหมีรัสเซีย ก็ยังได้รุกคืบเข้าไปใน “อัฟกานิสถาน” อีกหนึ่งประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ ที่กลายสภาพไม่ผิดอะไรกับ “กระดานหมากรุก” หรือ “สังเวียนชิงชัย” ของมหาอำนาจตะวันตกกับรัสเซีย ตลอดจนประเทศอื่นๆ ที่พยายามเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศนี้กัน อย่างไรก็ตาม การมาของพญาหมีรัสเซียในอัฟกานิสถานแห่งนี้ ต้องนับว่า พิสดารพันลึกมิใช่น้อย เพราะนอกจากเป็นแบบทางการกับรัฐบาลคาบูลแล้ว ก็ยังเข้าถึงกลุ่มขบวนก่อการร้ายที่กระเดื่องนามของโลกอย่าง กลุ่ม “ตาลีบัน” อีกต่างหากด้วย ถึงขนาดมีรายงานว่า พญาหมีรัสเซียของประธานาธิบดีปูติน ติดสินบาท คาดสินบน ต่อกลุ่มตาลีบัน ในลักษณะเป็น “ค่าหัว” เป็นรางวัลแก่นักรบของตาลีบัน ที่สามารถเด็ดหัวทหารสหรัฐฯ ตลอดจนทหารของนาโต อันเป็นพันธมิตรในการทำ “สงครามอัฟกานิสถาน” กันอีกด้วย โดยมีรายงานว่า “หน่วยข่าวกรองของรัสเซีย” ทำหน้าที่เป็นผู้จ่ายให้เงินรางวัลค่าหัวทหารสหรัฐฯ และทหารนาโต แก่นักรบตาลีบันข้างต้น ทั้งนี้ รายงานข้างต้นได้ถูกหยิบยกขึ้นเป็นคำถามให้มีการสอบสวนถึงในสภาคองเกรส คือ รัฐสภาของสหรัฐฯ ที่ส่งเสียงฝากไปถึงยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำประเทศกันเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี เมื่อว่ากันถึงในเรื่องนี้ ในแวดวงการเมืองของอัฟกานิสถาน ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเหมือนกัน โดยเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในสภาบน และสภาล่าง คือ วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ของอัฟกานิสถาน ยกตัวอย่าง “ชินคาอิล คาโรคาอิล” ส.ส.และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนคนดังของอัฟกาฯ กล่าวว่า หากพูดถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่โจ่งแจ้งในแวดวงฯ โดยเป็นที่รับรู้กันว่ารัสเซีย ยืนเคียงข้างสนับสนุนต่อกลุ่มตาลีบันเป็นประการต่างๆ รวมถึงด้านการเงิน ซึ่งมิใช่แต่เฉพาะรัสเซียเท่านั้น ทว่า ยังมีประเทศอื่นๆ ร่วมแจมด้วย ได้แก่ “ปากีสถาน” ชาติเพื่อนบ้านอัฟกานิสถาน ในภูมิภาคเอเชียใต้ด้วยกัน และ “อิหร่าน” ประเทศที่พรมแดนติดกับอัฟกานิสถาน แต่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเป็นหนึ่งในชาติพี่เบิ้มของภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย ซึ่งมีรายงานว่า บรรดาชาติที่เอ่ยชื่อข้างต้น สนับสนุนด้านการเงินให้แก่กลุ่มตาลีบัน สำหรับขับเคลื่อนขบวนการ และการสู้รบในสงครามอัฟกานิสถานกับเหล่ามหาอำนาจตะวันตก ที่นำโดยสหรัฐฯ และนาโต ขณะที่ สมาชิกวุฒิสภาอัฟกาฯ รายหนึ่ง เปิดเผยว่า สงครามในอัฟกานิสถาน เป็นผลประโยชน์ของบรรดาประเทศเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัสเซีย ที่พยายามขยายเข้ามามีอิทธิพลในอัฟกาฯ ซึ่งมีความหมายต่ออิทธิพลของรัสเซียในภูมิภาคเอเชียกลาง ที่ประเทศเหล่านั้น เคยอยู่เป็นดินแดนบริวารของอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซียอีกด้วย เช่น คาซักสถาน อุซเบกิสถาน เป็นต้น โดยประเทศเหล่านี้ เคยถูกสหรัฐฯ ปักธงขยายอิทธิพลเข้าไปครั้งหนึ่งแล้ว ตั้งแต่พวกเขาแยกตัวออกจากอดีตสภาพโซเวียตรัสเซียใหม่ๆ นอกจากนี้ ในการสนับสนุต่อตาลีบัน ก็ยังเป็นปฏิบัติ “เอาคืน” หรือ “สางแค้น” ต่อสหรัฐฯ และเหล่าชาติตะวันตกที่ครั้งหนึ่งเคยให้การสนับสนุนต่อตาลีบันในการรบกับรัสเซีย ครั้งที่ยังเป็นอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซีย เมื่อช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1980 ซึ่งสหภาพโซเวียตฯ สมัยนั้น ต้องถอยทัพกลับไปอย่างยับเยิน โดยอิทธิพลของพญาหมีที่ขยายรุกคืบเข้ามา ก็บ่งชี้ว่า ท่าจะไร้แววแห่งสันติภาพในอัฟกานิสถาน เพราะไฟสงครามยากที่จะดับมอดลงไปง่ายๆ