รัสเซียใช้นักรบรับจ้างในสงครามยูเครน
คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย
แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าขณะนี้กองทัพทหารรับจ้างที่มีชื่อว่า “วากเนอร์”นำทีมโดยมหาเศรษฐีชื่อ “เยฟเกนี พริโกซิน” ผู้ที่เคยเป็นนักโทษต้องขังติดอยู่ในคุกนานกว่าสิบปี แต่ได้กลายเป็นผู้มากด้วยบารมีที่มีชื่อเสียงโด่งดังร่วมจับมือกับรัสเซียสู้รบในสงครามยูเครน มาบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนผันตัวกลายเป็นผู้ที่ทำให้ “ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน” วิตกกังวลขวัญผวาว่าจะโดนโค่นล้ม
เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 มิถุนายน 2023 เยฟเกนี พริโกซิน ได้นำกองกำลังทหารรับจ้าง 25,000 คนเคลื่อนเข้าไปอีกแค่เพียง 200 กิโลเมตรก็จะประชิดติดกรุงมอสโก โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในรอบ 23 ปีที่ประธานาธิบดีปูตินต้องเผชิญต่อการท้าทายที่เกือบจะถูกโค่นล้มอำนาจ!!!
ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2011 โดยนักการเมืองต่อต้านคอร์รัปชั่นผู้มีนามว่า “อเล็กเซ นาวาลนี” คนที่ประธานาธิบดีปูติน กลัวที่สุดได้นำขบวนผู้นิยมประชาธิปไตยออกมาเดินขบวนประท้วงตามท้องถนนในเมืองหลวง เพื่อขับไล่ประธานาธิบดีปูตินออกจากตำแหน่ง แต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จ และล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2021 อเล็กเซ นาวาลนี ถูกจับกุมตัวทันทีเมื่อลงจากสนามบินที่เดินทางกลับจากการรักษาตัวที่เยอรนีโดยประธานาธิบดีปูตินก็หาวิธีจับเขาเข้าไปขังลืมอยู่ในคุก จนขณะนี้สุขภาพของเขาทรุดโทรมอย่างหนัก
ส่วนเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ดูเหมือนว่าเยฟเกนี พริโกซิน แปรพักตร์มาในมาดใหม่ โดยมีความคิดเห็นต่างจากเดิมแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ในเรื่องที่ประธานาธิบดีปูตินขาดความรับผิดชอบในสงครามยูเครน โดยเขามุ่งโจมตีไปที่คนรอบข้างของประธานาธิบดีปูติน ที่ตั้งหน้าตั้งตาเลียแข้งเลียขาเอาใจเจ้านายเพียงอย่างเดียว มิเห็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ!!!
ส่วนใหญ่แล้วเยฟเกนี พริโกซิน จะมุ่งโจมตีพุ่งตรงไปที่ “รัฐมนตรีกลาโหมเซอร์เก ชอยกู” ในเรื่องที่ไม่ยอมจัดส่งอาวุธให้กับกองทัพวากเนอร์ที่ตนควบคุมอยู่ จนมีผลทำให้กองกำลังวากเนอร์ต้องถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมากและยังทำให้กองทัพรัสเซียกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบต่อกองกำลังทหารของยูเครน โดยเยฟเกนี พริโกซิน ได้ออกมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดีปูตินปลดรัฐมนตรีกลาโหมออกจากตำแหน่ง แต่กลับไม่เป็นผลแต่อย่างใด
นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้“เยฟเกนีย์ ปริโกซิน”เกิดความไม่พอใจ จนหาทางจะโค่นอำนาจเขย่าบัลลังก์ของประธานาธิบดีปูติน จนประธานาธิบดีปูตินต้องออกมาแถลงการณ์สั้นๆว่า“เยฟเกนี พริโกซินและพรรคพวกที่ร่วมอยู่ในขบวนการจะต้องได้รับโทษสถานหนัก เพราะคิดไม่ซื่อทรยศหักหลังต่อตนและต่อประเทศรัสเซีย”
โดยเมื่อเช้าของวันที่ 24 มิถุนายน 2023 ขณะที่กองกำลังของเยฟเกนี พริโกซิน เกือบจะเคลื่อนเข้าประชิดกรุงมอสโกในอีกไม่กี่ร้อยกิโลเมตรแล้วก็ตาม แต่กลับปรากฏว่าเยฟเกนี พริโกซิน เปลี่ยนแผน ออกคำสั่งให้กองกำลังของเขาถอนทัพหันหลังเดินทางสู่ประเทศเบลารุส โดยมี “ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก” แห่งเบลารุส ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปูติน ทำหน้าที่คนกลางเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นกาวใจประสานรอยร้าวระหว่างประธานาธิบดีปูติน และ เยฟเกนีย์ ปริโกซิน
ซึ่งการเจรจาคงผ่านพ้นไปด้วยดีเพราะไม่นานประธานาธิบดีปูตินได้ออกมากลับลำแถลงการณ์ใหม่ว่า จะไม่เอาโทษ และ จะไม่ดำเนินคดีต่อ เยฟเกนี พริโกซิน แต่อย่างใด!!!
หากประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโกแห่งเบลารุส ไม่สามารถเจรจาจนเป็นผลสำเร็จ แน่นอนว่า สถานการณ์ของรัสเซียคงจะรุนแรงจนไปสู่การนองเลือดก็เป็นไปได้
และถึงแม้ว่าเหตุการณ์การลุกฮือของกองทัพวากเนอร์จะผ่านไปแล้วตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายนนี้ก็ตาม แต่กลับปรากฏว่ายังมีประเด็นที่สร้างความสับสนคลุมเครือไม่สามารถหาคำตอบได้อย่างชัดเจนว่า มีอะไรเกิดขึ้นในรัสเซีย?
ยกตัวอย่างคำถามคาใจอาทิเช่น อำนาจและบัลลังก์ของประธานาธิบดีปูตินกำลังจะถูกเขย่าจนสั่นคลอนใช่หรือไม่? ขณะนี้ชะตากรรมของเยฟเกนี พริโกซิน เป็นอย่างไรและพำนักอยู่ที่ไหน? ประธานาธิบดีปูตินจะดำเนินการกับกองทัพรับจ้างอย่างไร? และกองทัพรับจ้างจะยังต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารของรัสเซียต่อไปหรือไม่?
อีกทั้งยังมีประเด็นร้อนๆในเรื่องที่ว่า มีทหารชั้นผู้ใหญ่ของรัสเซียมีส่วนเข้าไปสมรู้ร่วมคิดร่วมมืออยู่เบื้องหลังกับเยฟเกนี พริโกซิน ด้วยหรือไม่?
หรือแม้กระทั่ง เพราะเหตุใด? และทำไม?แผนโค่นล้มอำนาจจึงเกิดล้มเหลว
และจากข้อมูลของวิกิพีเดียได้อธิบายบทบาทของทหารรับจ้างที่เรียกว่า “วากเนอร์” ว่า มีความสำคัญในสงครามยูเครน โดยบรรดาทหารรับจ้างกลุ่มนี้เกณฑ์มาจากนักโทษในเรือนจำ และเมื่อเริ่มต้นมีแค่เพียงหนึ่งพันคนเท่านั้น แต่ขณะนี้เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นห้าหมื่นคน ซึ่งถือเป็นกองทัพส่วนตัวของประธานาธิบดีปูตินโดยพฤตินัย อีกทั้งที่ผ่านมาประธานาธิบดีปูตินก็ยังเคยเป็นพันธมิตรใกล้ชิดสนิทสนมกับเยฟเกนี พริโกซิน มาอย่างยาวนาน
โดยข้อมูลของวิกิพีเดียยังได้อธิบายเพิ่มเติมต่อไปอีกว่า แต่กลับปรากฏว่าบริษัทเอกชนกลุ่มนี้ไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากรัสเซียแต่อย่างใด!!!
และอีกข้อมูลหนึ่งที่มาจาก VOA เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2023 ได้ออกมาระบุว่า เยฟเกนี พริโกซิน วัย 62 ปี เคยมีสายสัมพันธ์อันดีกับประธานาธิบปูติน มาอย่างยาวนาน โดยทั้งสองคนเกิดใน “เมืองเลนินกราด” ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก”
ทั้งนี้จากแหล่งข้อมูลเดียวกันระบุว่า เยฟเกนี พริโกซิน เคยถูกจำคุกเป็นเวลาสิบปี แต่มิได้ระบุรายละเอียดอย่างใด
และหลังจากที่ออกจากคุก เยฟเกนี พริโกซินได้ตั้งธุรกิจแผงขายฮอตดอกและร้านอาหารจนโด่งดังมีชื่อเสียง จนมีโอกาสได้รู้จักกับประธานาธิบดีปูตินทำให้เขาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง มีผลทำให้ธุรกิจของเขาขยายตัวอย่างรวเร็ว โดยประธานาธิบดีปูตินหยิบยื่นความช่วยเหลือในเรื่องหาแหล่งเงินทุนจากธนาคารของรัฐ โดยเขาตอบแทนบุญคุณด้วยการจัดเลี้ยงอาหารในงานเลี้ยงเคลมลินอยู่นานหลายปี จนได้รับสมญานามว่า “พ่อครัวของปูติน”
และต่อมาเยฟเกนี พริโกซิน ได้มีโอกาสทำธุรกิจด้านอาหารและบริการสาธารณูปโภคให้แก่กองทัพของรัสเซีย และได้กลายเป็นผู้ผูกขาด
และอีกไม่นานต่อมาเยฟเกนี พริโกซิน ก็ได้กลายเป็นเจ้าของกองทัพรับจ้าง ที่เขาเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการร่วมมือให้ความช่วยเหลือเสริมสร้างอิทธิพลของประธานาธิบดีปูตินให้ขจรขจายไปทั่วโลก
โดยเรื่องการเขย่าบัลลังก์หมีขาวที่ผ่านมาไม่นานนี้ ยังมีคำถามที่ว่าสหรัฐฯอยู่เบื้องหลังสนับสนุน“เยฟเกนี พริโกซิน”หรือไม่?
อนึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่แล้วว่าสหรัฐฯและพันธมิตรได้ชี้แจ้งต่อมอสโกอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจลาจลช่วงสั้นๆของกลุ่มทหารับจ้างวากเนอร์
และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว “วิลเลียม เบิร์นส์” ผู้อำนวยการหน่วยซีไอเอของสหรัฐฯได้ยกหูโทรศัพท์พูดคุยกับ “ลาฟรอฟ”หัวหน้าหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซีย เพื่อยืนยันว่า สหรัฐฯไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อกบฏของเยฟเกนี พริโกซิน เลยแม้แต่น้อย โดยสหรัฐฯถือว่า ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องภายในของรัสเซีย
อนึ่งเมื่อวันศุกร์สัปดาห์ก่อนหน้านี้ “รัฐมนตรีต่างประเทศเซอร์เก ลาฟรอฟ”แห่งรัสเซีย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “การก่อกบฏโดยการนำของเยฟเกนี พริโกซิน ผู้นำทหารรับจ้างกลุ่มวากเนอร์ เพื่อหวังจะโค่นอำนาจของประธานาธิบดีปูติน นับเป็นเรื่องเล็กน้อย”และเขายังได้กล่าวต่อไปอีกว่า “รัสเซียจะแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม”
ทั้งนี้การออกมาให้สัมภาษณ์ของรัฐมนต่างประเทศรัสเซียเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องธรรมดาๆในการปกป้องภาพพจน์ของทั้งประธานาธิบดีปูตินและของรัสเซียไปในตัว
กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นเพื่อความอยู่รอดและเพื่อรักษาหน้าทั้งของตนเองและของรัสเซียเอาไว้ “ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน”จำต้องกัดฟันแสดงแสนยานุภาพออกคำสั่งให้ถล่มเมืองหลวงของยูเครนด้วยโดรนแทบทุกๆวัน แต่อย่างไรก็ตามการที่กองทัพรัสเซียกำลังจะสูญเสียทหารรับจ้างวากเนอร์ที่เปรียบเสมือนถูกตัดแขนขวาออกไป ก็ย่อมส่งสัญญาณให้เห็นรางๆว่า รัสเซียอาจจะพ่ายแพ้ในสงครามยูเครนรวดเร็วขึ้น และศัตรูทางการเมืองที่หาโอกาสโค่นล้มอำนาจก็คงจ้องเข้าเสียบกันตาเป็นมันละครับ