โลกต้องไม่ทนมลพิษอากาศ
แม้เวลานี้สถานการณ์ฝุ่นละอองจิ๋ว หรือที่หลายคนเรียกกันฮิตปากว่า “พีเอ็ม 2.5” ในไทยดูจะคลี่คลายสลายวิกฤติลงไป แต่หลายฝ่ายก็ยังคงมีคำเตือนว่า อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ เพราะสถานการณ์เลวร้ายที่ว่า พร้อมที่จะหวนกลับมาอาละวาดเมื่อไหร่ก็ได้ ตามปัจจัยปรุงแต่งที่เหมาะสม เนื่องจากต้นตอของสาเหตุแท้จริงที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองมฤตยูข้างต้นนั้น ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงๆ จังๆ กันแต่ประการใด
ตามการรายงานของ “กรีนพีซ” องค์กรสาธารณประโยชน์นานาชาติอันเลื่องชื่อ ได้เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยสภาพมลภาวะอากาศทั่วโลก ประจำปีนี้ ซึ่งดำเนินการร่วมกับ “ไอคิวก็ยังส่งเสียงเพรียกเตือนผ่านบทรายงาน ที่เรียกว่า “ดัชนีกรีนพีซ (Greenpeace Index)” โดยระบุว่า “คุณภาพอากาศ” ของ “ไทย” เรา โดยเฉพาะใน “กรุงเทพมหานคร” ปนเปื้อนด้วยมลพิษอันเลวร้ายอยู่ใน “ลำดับที่ 24” ซึ่งถือว่า ยังคงหนักหนาสาหัสสากรรจ์เอาการ เมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพของอากาศในเมืองหลวง 61 ประเทศทั่วโลก
เรียกว่า ยังติดก๊วนอยู่ในกลุ่มบนๆ สำหรับไทยเรา
ส่วน “อันดับหนึ่ง” ประจำปีนี้ ปรากฏว่า “นิวเดลี” เมืองหลวงของอินเดีย คว้าไปครอง จากการที่มีค่าฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 หรือค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน โดยเฉลี่ยตลอดปีที่ผ่านมา เกินมาตรฐานที่ 113.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ ทางกรีนพีซ ยังระบุด้วยว่า ฝุ่นพิษจิ๋วที่เกินมาตรฐานดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนชาวอินเดีย ในกรุงนิวเดลี ที่มีจำนวนกว่า 20 ล้านคน
เหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่นจิ๋วมฤตยู ก็มาจากควันไอเสียทั้งจากโรงงานอุตสาหกรรม การใช้ยวดยานพาหนะที่ใช้พลังงานน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล เป็นเชื้อเพลิง การผลิตไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินในกระบวนการผลิต รวมไปถึงการเผาขยะมูลฝอย และเศษซากทางการเกษตร เช่น ซังข้าวในนา เป็นต้น
ส่วนอันดับ 2 ก็เป็นกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของอินเดีย และอันดับ 3 เป็นของกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน อีกหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับอินเดีย คาบเกี่ยวระหว่างเอเชียใต้กับเอเชีย
กลาง
ทางกรีนพีซ ยังรายงานด้วยว่า นอกจากกรุงนิวเดลี ที่รั้งแชมป์แล้ว ในอินเดีย ยังมีบรรดาเมืองต่างๆ จำนวน 15 แห่ง มีค่าฝุ่นละอองพิษจิ๋วเกินมาตรฐานจนน่าวิตก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองมรณะ ก็มาจากพฤติกรรมของประชากรที่ดำเนินไปคล้ายๆ กันของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ และคาบเกี่ยวไปถึงเอเชียกลาง
ส่วนเมืองอื่นๆ ที่ติดอันดับ ก็มีของจีนแผ่นดินใหญ่ จำนวนหลายเมือง ที่มีค่าฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 เกินค่ามาตรฐาน เช่น กรุงปักกิ่ง ที่ติดอันดับื 8 โดยที่จีนแผ่นดินใหญ่ ฝุ่นละอองมฤตยูเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีจำนวนมากเสียส่วนใหญ่ รวมถึงการใช้รถยนต์ของประชาชนที่มีจำนวนมหาศาล
โดยมีรายงานที่เปรียบเสมือนกระแสเสียงบ่นกันอยู่กลายๆ จากประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง เกาหลีใต้ แดนโสมขาว ยังระบุด้วยว่า ฝุ่นละอองจากควันโรงงานอุตสาหกรรมที่มีจำนวนมากของจีนแผ่นดินใหญ่ ยังฟุ้งกระจายมาถึงเกาหลีใต้ด้วย จนส่งผลให้คุณภาพอากาศของเกาหลีใต้เลวร้าย ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปีนี้ ที่ปรากฏว่า เลวร้ายยิ่งกว่าปีไหนๆ

มลภาวะทางอากาศในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน
กระทั่งล่าสุด ทางการเกาหลีใต้ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีมูน แจ-อิน ก็ได้คิดแผนโครงการในอันที่จะทำให้อากาศสะอาดขึ้นกับจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเบื้องต้น ก็อาจเป็นการทำ “ฝนเทียม” ร่วมกันกับจีน เพื่อหวังให้ความชื้นจากเม็ดฝนที่โปรยปราย ส่งผลให้คุณภาพอากาศดีขึ้นได้

สภาพอากาศในกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้
ทั้งนี้ ความร่วมมือกันในอันที่จะทำให้อากาศมีคุณภาพดีขึ้น บรรดาผู้สันทัดกรณีต่างเห็นพ้องต้องกัน ด้วยเห็นว่าคงถึงเวลาที่นานาประเทศต้องร่วมมือกันอย่างไม่ขออดทนอีกต่อไปกับสถานการณ์วิกฤติฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ที่ถือได้ว่า เป็นเพชฌฆาตเงียบ คร่าชีวิตประชาคมโลกให้วางวายกันวัยอันควรถึงปีละ 7 ล้านคน มากมายเป็นอันดับ 4 ของอัตราการเสียชีวิตของประชากรทั่วโลก เรียกว่า อดรนทนต่อไปไม่ได้อีกแล้ว สำหรับมฤตยูฝุ่นพิษจิ๋วที่มีแนวโน้มว่าโลกเราต้องผจญชะตากรรมกันทุกปี