ประด็นข่าวรอบโลก : (11 ก.ย.69) หุ้นเอเชียร่วงระนาว / น้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ / นักลงทุนผวาเงินเฟ้อ / ลุ้นเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ (11 ก.ย.) ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดลดลงต่อเนื่องในวันก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจเพิ่มสูงขึ้น และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ดัชนีคอสปี ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เปิดตลาดร่วงลง 3.3% มาอยู่ที่ระดับ 6,802.50 จุด ขณะที่ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดตลาดลดลง 1.5% สู่ระดับ 64,276.82 จุด ท่ามกลางแรงขายที่กระจายตัวในหุ้นหลายกลุ่ม
ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) ตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ของปีนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อ
การประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ระดับ 2.50% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 2.90% และอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 2.65%
ด้านนักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (พีพีไอ) เมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (ดับเบิลยูทีไอ) พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ล่าสุดเครื่องมือเฟดวอตช์ของซีเอ็มอี กรุ๊ป ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 70.0% ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. เพิ่มขึ้นจากระดับ 61.2% เมื่อวันพุธ (9 ก.ย.)
ขณะเดียวกัน นักลงทุนให้น้ำหนัก 30.0% ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. ลดลงจากระดับ 38.8% เมื่อวันพุธ
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (พีพีไอ) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากฝั่งผู้ผลิต ประจำเดือนส.ค. เมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) โดยดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 5.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 5.3% และเพิ่มขึ้นจากระดับ 4.8% ในเดือนก.ค.
ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.6% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และเพิ่มขึ้นจากระดับ 4.3% ในเดือนก.ค.
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ยังเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก โดยลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 206,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 205,000 ราย
ส่วนค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่มีความแม่นยำมากกว่า เนื่องจากช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนรายสัปดาห์ ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 206,000 ราย
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ หรืออีไอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 391,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงประมาณ 1.4 ล้านบาร์เรล
อีไอเอยังเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ ลดลง 684,000 บาร์เรล
ขณะที่สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงประมาณ 1.4 ล้านบาร์เรล
ด้านอัฟราห์ อัล-ซูบา รัฐมนตรีต่างประเทศของเยเมน เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนมาตรการเพื่อรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบบับเอล-มันเดบ ซึ่งกำลังกลายเป็นเส้นทางทางเลือกสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ขณะที่เยเมนยังคงเผชิญกับสงครามกลางเมือง
อัล-ซูบาให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวเกียวโดบริเวณชานกรุงไคโรเมื่อไม่นานมานี้ว่า กลุ่มกบฏฮูตีซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน กำลังพยายามเข้าควบคุมช่องแคบบับเอล-มันเดบ รวมถึงขัดขวางการเดินเรือทั้งในทะเลแดงและอ่าวเอเดน
เธอกล่าวว่า สถานการณ์ในเยเมนที่ทวีความรุนแรงและเลวร้ายลง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการจัดหาพลังงานทั่วโลก และสร้างแรงกดดันต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรของญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) ว่า พบเชื้อไวรัสโรคปากและเท้าเปื่อยในเนื้อแพะดิบที่ผู้โดยสารนำมาจากจีนเมื่อเดือนม.ค. โดยตรวจพบระหว่างกระบวนการกักกันโรคที่สนามบินนิวชิโตเสะ ในจังหวัดฮอกไกโด
กระทรวงระบุว่า นับเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจพบเชื้อไวรัสโรคติดต่อชนิดนี้ระหว่างการกักกันผลิตภัณฑ์จากสัตว์ในญี่ปุ่น โดยเจ้าหน้าที่สามารถสกัดเนื้อดังกล่าวไว้ได้บริเวณชายแดน และป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสู่ประเทศ
อีกด้านหนึ่ง การระบาดของโรคอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์ซี ได้แพร่ไปยังจังหวัดซูด-อูบังกี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ หลังมีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.)
ฌอง-เรอเน กาเลกวา วุนดาเว รักษาการผู้ว่าการจังหวัดซูด-อูบังกี ระบุในแถลงการณ์ว่า ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการพบเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวในตัวอย่างที่เก็บจากผู้ป่วย ส่งผลให้ทางการประกาศให้จังหวัดดังกล่าวเป็นพื้นที่เกิดการระบาดของโรคอีโบลา
สำหรับข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้ (11 ก.ย.) ญี่ปุ่นมีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (พีพีไอ) ประจำเดือนส.ค.
ส่วนอังกฤษมีกำหนดเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำเดือนก.ค. และดุลการค้าประจำเดือนก.ค.
ขณะที่สหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ประจำเดือนส.ค. รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นประจำเดือนก.ย. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ตลาดจับตาเพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจและแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด
#ข่าวต่างประเทศ #ข่าวเศรษฐกิจ #หุ้นเอเชีย #ตลาดหุ้นเอเชีย #หุ้นญี่ปุ่น #หุ้นเกาหลีใต้ #ดาวโจนส์ #ราคาน้ำมัน #น้ำมันWTI #น้ำมันดิบ #ราคาน้ำมันโลก #เฟด #ดอกเบี้ยเฟด #เงินเฟ้อสหรัฐ #เศรษฐกิจโลก #ช่องแคบฮอร์มุซ #ช่องแคบบับเอลมันเดบ #ตะวันออกกลาง #เยเมน #ฮูตี #ญี่ปุ่น #อีโบลา #ข่าววันนี้ #ข่าวต่างประเทศวันนี้