- โฆษณา -

เซ่น EV จีน-ภาษีทรัมป์! 'จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์' สั่งปลดคน 4,000 ตำแหน่งเฉียบขาด รัฐบาลอังกฤษใจแข็งปฏิเสธเข้าอุ้ม

ต่างประเทศ8 ก.ย. 2569 • 15:06 น.
เซ่น EV จีน-ภาษีทรัมป์! 'จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์' สั่งปลดคน 4,000 ตำแหน่งเฉียบขาด รัฐบาลอังกฤษใจแข็งปฏิเสธเข้าอุ้ม


เซ่น EV จีน-ภาษีทรัมป์! ‘จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์’ ปลดพนักงาน 4,000 ตำแหน่งทั่วโลก รัฐบาลอังกฤษลั่นไม่ใช้เงินภาษีอุ้ม
ค่ายรถยนต์หรูยักษ์ใหญ่แห่งสหราชอาณาจักร "จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์" (Jaguar Land Rover: JLR) ประกาศแผนเตรียมปรับลดพนักงาน 4,000 ตำแหน่งทั่วโลกภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า เพื่อควบคุมต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่าย 1.7 พันล้านปอนด์ ท่ามกลางศึกหนักรอบด้าน ทั้งสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีน นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยียานยนต์
บริษัท จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ (JLR) ผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Range Rover และ Discovery ซึ่งอยู่ภายใต้การถือครองของ ทาทา มอเตอร์ส (Tata Motors) จากประเทศอินเดีย ประกาศมาตรการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยตั้งเป้าประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้ 1,700 ล้านปอนด์ (ประมาณ 75,620 ล้านบาท) ภายใน 2 ปี นำเงินไปลงทุนต่อยอดเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและระบบดิจิทัล ซึ่ง JLR วางแผนทุ่มเงินลงทุนรวมราว 15,000–18,000 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6.67–8 แสนล้านบาท) ในช่วง 5 ปีข้างหน้า
พีบี บาลาจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JLR ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดยุคหนึ่ง จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยยืนยันจะดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ JLR มีพนักงานทั่วโลกราว 43,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เกือบ 34,000 คนอยู่ในสหราชอาณาจักร คาดว่าการลดพนักงานครั้งนี้จะกระทบแรงงานในอังกฤษเป็นหลัก ผ่านโครงการสมัครใจลาออกหรือเกษียณก่อนกำหนดก่อนตั้งแต่วันนี้ถึง 4 ตุลาคม หากไม่ครบตามเป้าจึงจะใช้มาตรการเลิกจ้างอย่างเป็นทางการ
สำหรับปัจจัยรุมสกรัมที่ทำให้ JLR ประสบปัญหายอดขายและกำไรดิ่งลงอย่างหนัก ได้แก่
1.    การแข่งขันจาก EV จีน: ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนรุกตลาดหนักด้วยราคามิตรภาพ เปลี่ยนจากเดิมที่จีนเคยเป็นตลาดหลักในการสร้างรายได้ ให้กลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด
2.    ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ: ผลกระทบจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ผลิตจากอังกฤษในอัตรา 10% และพุ่งสูงถึง 27.5% หากเกินโควตา 100,000 คันต่อปี
3.    เหตุโจมตีทางไซเบอร์: วิกฤตไซเบอร์เมื่อปีที่แล้วทำให้ต้องหยุดการผลิตนานกว่าหนึ่งเดือน ดันรายได้ขายดิ่งลงจาก 29,000 ล้านปอนด์ เหลือเพียงราว 22,900 ล้านปอนด์
4.    ความล่าช้าในการพัฒนา EV: นักวิเคราะห์มองว่า JLR บุกตลาด EV ช้าเกินไป โดยเพิ่งเตรียมเปิดตัว Range Rover รุ่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็น EV รุ่นหลักรุ่นแรกนับตั้งแต่ I-PACE ในปี 2018
ทางด้านโฆษกนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร แถลงชัดเจนว่า แม้รัฐบาลจะตระหนักถึงความวิตกกังวลของแรงงานและชุมชนในพื้นที่เวสต์มิดแลนด์ส แต่รัฐบาล "ไม่มีแผนที่จะนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้เพื่ออุ้มชูกิจการ (Bailout) ของ JLR แต่อย่างใด" ขณะที่สหภาพแรงงานต่างออกมาเรียกร้องให้ทางบริษัทและรัฐบาลเร่งหามาตรการเยียวยาแรงงานที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ การประกาศปลดพนักงานของ JLR เกิดขึ้นตามหลังยักษ์ใหญ่ยานยนต์อย่าง "โฟล์กสวาเกน" (Volkswagen) จากเยอรมนี ที่เพิ่งประกาศแผนลดพนักงาน 50,000 ตำแหน่ง และเตรียมปิดโรงงานในเยอรมนีถึง 4 แห่ง เพื่อสังเวยให้กับวิกฤตการณ์แข่งขันจากรถยนต์ไฟฟ้าจีนเช่นเดียวกัน

#JaguarLandRover #JLR #ปลดพนักงาน #วิกฤตค่ายรถ #รถยนต์ไฟฟ้า #EVจีน # RangeRover #ทรัมป์ #ภาษีสหรัฐ #รถยนต์หรู #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวธุรกิจ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้

 

- โฆษณา -