ยอ ฮันกู หัวหน้าผู้เจรจาการค้าของเกาหลีใต้ ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกาหลีใต้กำลังเผชิญแรงกดดันด้านภาษีจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ขณะที่ประเด็นการค้าทวิภาคีระหว่างสองประเทศยังมีหลายเรื่องที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้
กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้ปลด ยอ ฮันกู ออกจากตำแหน่ง โดยมีผลตั้งแต่วันเสาร์ (15 ส.ค.) แต่ไม่ได้ระบุถึงสาเหตุของการตัดสินใจดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีใต้รายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวยอนฮับว่า การปลดจากตำแหน่งครั้งนี้ “ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ แต่อย่างใด”
ด้านยอ ฮันกู ระบุในแถลงการณ์ว่า กระแสข่าวที่อ้างว่าการปลดเขาอาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมมิชอบส่วนบุคคลนั้นไม่มีมูลความจริง พร้อมเปิดเผยว่ากำลังพิจารณาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อรายงานข่าวที่เป็นเท็จ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ทางการค้าทวิภาคีระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ อยู่ในภาวะเปราะบาง เนื่องจากเกาหลีใต้กำลังเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ ให้เร่งดำเนินการตามข้อตกลงการลงทุนภายใต้ข้อตกลงภาษีทวิภาคี นอกจากนี้ ยังมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าปรับต่อคูปัง บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากกรณีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (13 ส.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรใหม่สำหรับโดรนและชิ้นส่วนโดรน ซึ่งรวมถึงการเรียกเก็บภาษี 15% สำหรับสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้
ทั้งนี้ ยอ ฮันกู เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีการค้าภายใต้รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีมุน แจอิน และได้รับการแต่งตั้งให้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง หลังรัฐบาลของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง เริ่มบริหารประเทศในเดือน พ.ค. 2568
นับตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่ง ยอ ฮันกู มีบทบาทสำคัญในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ทั้งในประเด็นภาษีสินค้านำเข้า รวมถึงแผนการลงทุนของเกาหลีใต้ในสหรัฐฯ
#เกาหลีใต้ #ยอฮันกู #สหรัฐฯ #โดนัลด์ทรัมป์ #อีแจมยอง #สงครามการค้า #ภาษีสหรัฐฯ #การค้าเกาหลีใต้ #เศรษฐกิจโลก #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าววันนี้








