รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพของเยาวชนเกาหลีใต้ (Korean Youth Health Behavior Panel Survey) จากสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีใต้ (KCDC) เผยให้เห็นวิกฤตน่าวิตก เมื่อสถิติชี้ว่าการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มนักเรียนเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไปจนถึงปีสุดท้ายของมัธยมศึกษาตอนปลาย ทำให้เห็นถึงแนวโน้มการเสื่อมถอยของพฤติกรรมสุขภาพอย่างรุนแรง เมื่อเด็กมีอายุมากขึ้น
การสำรวจเชิงลึกครั้งนี้เป็นการติดตามกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 จำนวน 5,051 คน มาตั้งแต่ปี 2019 โดยมีกำหนดศึกษาต่อเนื่องยาวนาน 10 ปีจนถึงปี 2028 เพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมและปัจจัยร้อยแปดที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลล่าสุดเป็นการรวบรวมสถิติสะสมช่วงปี 2019–2025 จากกลุ่มตัวอย่าง 3,756 คน ซึ่งครอบคลุมทั้งพฤติกรรมการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดจนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร
ตัวเลขสถิติแสดงให้เห็นถึงอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามระดับชั้นที่สูงขึ้น โดยสัดส่วนของนักเรียนที่เคยทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบพุ่งขึ้นไปถึง 11.93 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงปีสุดท้ายของมัธยมปลาย จากที่เคยมีเพียง 0.35 เปอร์เซ็นต์ ในชั้นประถมปีที่ 6 หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นสูงถึง 11.58 เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตัวเลขการเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักเรียนชายถือว่าน่าตกใจอย่างยิ่ง โดยพุ่งสูงขึ้น 15.47 เปอร์เซ็นต์ ไปอยู่ที่ 16.02 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่กลุ่มนักเรียนหญิงเพิ่มขึ้น 7.5 เปอร์เซ็นต์ ไปอยู่ที่ 7.64 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ หากพิจารณาถึงสัดส่วนของนักเรียนที่เคยสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 วันในช่วง 30 วันที่ผ่านมา พบว่าเพิ่มขึ้นเป็น 5.3 เปอร์เซ็นต์ ในชั้นมัธยมปลายปีสุดท้าย จากเดิมที่มีเพียง 0.01 เปอร์เซ็นต์ ตอนเรียนชั้นประถมปีที่ 6 โดยจำแนกเป็นกลุ่มนักเรียนชาย 7.49 เปอร์เซ็นต์ และนักเรียนหญิง 3 เปอร์เซ็นต์
ด้านพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ก็ปรากฏแนวโน้มในลักษณะเดียวกัน โดยพบว่านักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายมากถึงเกือบ 7 ใน 10 คน หรือคิดเป็น 68 เปอร์เซ็นต์ เคยจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 36.4 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงประถมปีที่ 6
ในขณะเดียวกัน สัดส่วนของเด็กที่ดื่มจริงจังอย่างน้อยหนึ่งแก้วก็เพิ่มขึ้นเป็น 43.2 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่เคยมีเพียง 7.5 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่น่าสนใจคือ ช่วงวัยก่อนเข้าสู่ปีสุดท้ายของมัธยมปลายคือช่วงที่มีอัตราการเริ่มต้นดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งแรกสูงที่สุด โดยมีสัดส่วนสูงถึง 18.1 เปอร์เซ็นต์
นอกจากเรื่องสารเสพติดแล้ว พฤติกรรมการรับประทานอาหารของเยาวชนเกาหลีใต้ก็ย่ำแย่ลงตามวัยเช่นกัน สัดส่วนของนักเรียนที่งดอาหารเช้าตั้งแต่ 5 วันขึ้นไปต่อสัปดาห์เพิ่มขึ้นจาก 17.9 เปอร์เซ็นต์ ไปเป็น 32.8 เปอร์เซ็นต์ ในทางกลับกัน กลุ่มคนที่รับประทานผลไม้อย่างน้อยวันละครั้งกลับลดลงเกินครึ่ง จาก 35.4 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 16.3 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น
สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นจาก 50.9 เปอร์เซ็นต์ เป็น 60.9 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงอัตราการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นประจำที่ขยับขึ้นจาก 20.9 เปอร์เซ็นต์ เป็น 31.4 เปอร์เซ็นต์
ความเคลื่อนไหวและสถิติอันน่ากังวลของเกาหลีใต้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสระดับสากล ที่หลายประเทศกำลังเร่งผลักดันมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อปลดล็อกสังคมสู่ยุคปลอดบุหรี่อย่างถาวรสำหรับคนรุ่นหลัง โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา รัฐสภาอังกฤษได้ผ่านร่างกฎหมายห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบตลอดชีวิตให้แก่ผู้ที่เกิดในปี 2009 เป็นต้นไป ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2027 โดยมุ่งคุ้มครองสิทธิของผู้สูบบุหรี่ในปัจจุบันควบคู่ไปกับการตัดวงจรพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่อย่างสิ้นเชิง
ขณะที่มัลดีฟส์ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นประเทศแรกในโลกที่เริ่มใช้กฎหมายนี้ โดยประกาศห้ามขายยาสูบแก่ผู้ที่เกิดตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นไป ซึ่งครอบคลุมทั้งพลเมืองและนักท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียม โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2025 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม แนวทางกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ตามช่วงอายุเช่นนี้เคยถูกนำมาใช้ในนิวซีแลนด์เมื่อเดือนธันวาคม 2022 แต่หลังจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในช่วงปลายปี 2023 รัฐบาลชุดใหม่ได้ตัดสินใจยกเลิกกฎหมายดังกล่าวในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดยให้เหตุผลถึงความกังวลเรื่องการขยายตัวของตลาดมืดและการสูญเสียรายได้จากภาษียาสูบของประเทศ
#เยาวชนสูบบุหรี่ #วัยรุ่นดื่มเหล้า #ข่าวต่างประเทศ #สุขภาพเยาวชน #สถิติเกาหลีใต้ #KCDC #กฎหมายควบคุมยาสูบ #เลิกบุหรี่








