เมื่อวันที่ 29 ก.ค.69 สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก เมื่อวันอังคารที่ 28 ก.ค. แต่ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน ขณะที่นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ แม้ว่าการปรับตัวลงของราคาน้ำมันจะช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อบางส่วน
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลดลง 0.12% มาอยู่ที่ระดับ 101.417 แต่ยังอยู่ใกล้ระดับ 101.80 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ทำไว้ในช่วงปลายเดือน มิ.ย.
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน โดยซื้อขายที่ระดับ 163.86 เยนในวันอังคาร จากระดับ 163.78 เยนในวันจันทร์ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวที่ระดับ 0.8190 ฟรังก์สวิส และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา โดยอยู่ที่ระดับ 1.4105 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4125 ดอลลาร์แคนาดาในวันก่อนหน้า
ด้านยูโรแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.1387 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1368 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์ขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 1.3289 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3288 ดอลลาร์สหรัฐ
การที่ดอลลาร์ยังคงแข็งแกร่งสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดได้ปรับมุมมองต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือน เม.ย. หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสร้างความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่การเข้ารับตำแหน่งของเควิน วอร์ช ประธานเฟด พร้อมจุดยืนด้านนโยบายการเงินที่เข้มงวด ยิ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป
นักวิเคราะห์รายหนึ่งเปิดเผยว่า นักลงทุนกำลังเพิ่มการถือครองดอลลาร์สหรัฐและรักษาสภาพคล่อง ก่อนที่เฟดจะประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธที่ 29 ก.ค.
นักวิเคราะห์ระบุว่า ไม่ว่าเฟดจะมีมติอย่างไร มีแนวโน้มส่งผลบวกต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยหากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันที จะเป็นแรงหนุนโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์ แต่หากเฟดยังคงอัตราดอกเบี้ย พร้อมส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด ตลาดอาจเพิ่มความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย.
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า นักลงทุนจำนวนมากได้เข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐล่วงหน้าไปแล้ว ดังนั้น หากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินมากกว่าที่ตลาดคาด อาจเกิดแรงเทขายดอลลาร์อย่างรุนแรง
เฟดมีกำหนดเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงินเป็นเวลา 2 วันในวันพุธนี้ โดยบริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่หลายแห่งเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงเดือนนี้
แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง หลังสหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่าน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้า แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน
ข้อมูลการกำหนดราคาสัญญาออปชันของ Morgan Stanley ระบุว่า นักลงทุนได้เพิ่มสถานะซื้อดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มสถานะขายเงินปอนด์ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 ก.ค.
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักเกือบ 40% ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันพุธนี้ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 20% เมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่นักลงทุนมองว่ามีโอกาสเกือบ 95% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือน ก.ย.
ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้ตามลำดับ พร้อมส่งสัญญาณระมัดระวังต่อความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นอาจเข้ามาแทรกแซงตลาด หลังเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่องจนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี
คาดว่า BOJ จะยังคงเปิดทางสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อช่วยพยุงค่าเงินเยน แต่ผู้กำหนดนโยบายอาจยังไม่ระบุกรอบเวลาและความเร็วในการดำเนินนโยบายอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ กรุงโตเกียวเคยเข้าแทรกแซงตลาดในช่วงเดือน เม.ย. และ พ.ค. หลังเงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่การดำเนินการดังกล่าวแทบไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินเยนในภาพรวมได้
ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ย้ำว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงมีจุดยืนเดิมในการตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของค่าเงินตามความเหมาะสม พร้อมระบุว่า เชื่อว่าสหรัฐฯ มีมุมมองในแนวทางเดียวกันเกี่ยวกับสถานการณ์ค่าเงินในปัจจุบัน.
#ดอลลาร์ #ค่าเงินดอลลาร์ #เฟด #อัตราดอกเบี้ย #ตลาดเงิน #ค่าเงินโลก #เศรษฐกิจโลก #การเงิน #เงินเฟ้อ #ข่าวเศรษฐกิจ








