นับตั้งแต่พุทธศักราช 2569 แผ่นดินไทยได้ประจักษ์ถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และพระปรีชาสามารถอันล้ำเลิศของ "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี" ในการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศอย่างทรงคุณค่า เพื่อกระชับพระราชไมตรี สานต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเผยแพร่พระเกียรติคุณแห่งราชวงศ์ไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในประชาคมโลก
โดยในช่วงต้นศักราชใหม่ ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม พุทธศักราช 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระราชนคราภันต์แห่งรัฐ ตามคำทูลเชิญของ "นายทองลุน สีสุลิด" ประธานประเทศลาว
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเพื่อนบ้านอย่างเป็นทางการของพระมหากษัตริย์ไทยในรอบ 32 ปี และตรงกับวาระมหามงคลครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและลาว
ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงได้รับการถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติสูงสุด สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศที่มีความใกล้ชิดดุจมิตรประเทศริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งมีรากฐานความผูกพันมายาวนาน
ต่อมา ระหว่างวันที่ 29 เมษายน-2 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน เพื่อทรงเข้าร่วมพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา ของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสวีเดน
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองพระราชวงศ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งสานสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศในทวีปยุโรปด้วย
จากนั้น ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน-2 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนฝรั่งเศสของพระมหากษัตริย์ไทยในรอบ 66 ปี นับตั้งแต่ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนเมื่อพุทธศักราช 2503
นอกจากนี้ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสยังจัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 170 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและฝรั่งเศส รวมถึงครบรอบ 340 ปี แห่งการติดต่อทางการทูตครั้งแรกระหว่างสองประเทศ โดยทรงได้รับการถวายการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ ณ อนุสรณ์สถานโอแตล เด แซ็งวาลิด ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปทรงพบหารือกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ ทำเนียบประธานาธิบดี
ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนฝรั่งเศส ทั้งสองพระองค์ยังได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา ณ ประตูชัย เพื่อทรงรำลึกถึงทหารนิรนาม และเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการแสดงเครื่องแต่งกายในราชสำนักไทย ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง กรุงปารีส
นิทรรศการดังกล่าวจัดขึ้นตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมด้านผ้าไทยสู่สายตานานาชาติ รวมถึงเป็นการส่งเสริมคุณค่าภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมืองตูลูส เพื่อทอดพระเนตรกิจการและเทคโนโลยีด้านการบินของบริษัทแอร์บัส เป็นความร่วมมือด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมระหว่างไทยกับฝรั่งเศส
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศตลอดช่วงครึ่งแรกของพุทธศักราช 2569 จึงมิได้เป็นเพียงการสานต่อพระราชไมตรีในระดับประมุขแห่งรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติด้วยความภาคภูมิ สร้างเสริมมิตรภาพ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม อันจะนำประโยชน์อย่างยิ่งมาสู่ประเทศไทยและประชาชนชาวไทยอย่างยั่งยืน
#พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว #สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี #พระราชกรณียกิจ #พระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ #ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ #ประเทศไทย #ราชวงศ์ไทย #ไทยลาว #ไทยฝรั่งเศส #ไทยสวีเดน #ข่าวพระราชสำนัก #ข่าววันนี้








